คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเลือก!! “คลอดธรรมชาติ” หรือ “ผ่าคลอด” แบบไหนดีกว่ากัน?

คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเลือก!! “คลอดธรรมชาติ” หรือ “ผ่าคลอด” แบบไหนดีกว่ากัน? #แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายก็น่าจะเริ่มที่จะมีการคิดวิเคราะห์ได้แล้วว่าสะดวกที่จะคลอดธรรมชาติหรือว่าผ่าคลอด คุณแม่จะต้องตัดสินใจระหว่างสองวิธีนี้ว่าจะเลือกวิธีใด เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงนำเอาข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการคลอดธรรมชาติและการผ่าคลอดมาฝากกัน สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่กำลังสงสัยและกำลังลังเลว่าจะผ่าคลอดดีหรือจะคลอดแบบธรรมชาติดีเราไปดูข้อมูลรายละเอียดที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจกันได้เลย

คุณแม่ตั้งครรภ์กับการคลอดธรรมชาติ

การคลอดธรรมชาติเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยต่อคุณแม่และลูกค่อนข้างมาก และยังมีภาวะแทรกซ้อนหลังคลอดน้อยกว่าการคลอดแบบอื่น ๆ เป็นวิธีการคลอดที่เหมาะกับคุณแม่ที่มีสุขภาพปกติ ซึ่งการคลอดแบบธรรมชาติจะช่วยให้คุณแม่สามารถพักฟื้นเพียงแค่ 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังจากการคลอด ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดอาการปวดหลังจากคลอดและยังเสียเลือดน้อยกว่าการผ่าคลอด คุณแม่สามารถให้นมลูกได้ทันที 

นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงของการเกิดความดันหลอดเลือดแดงปอดเรื้อรังและอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้และการคลอดธรรมชาติยังทำให้การคลอดในครั้งถัดไปทำได้ง่ายขึ้น แต่การคลอดแบบธรรมชาตินั้นจะเจ็บในระหว่างคลอดมากกว่าการผ่าคลอดและอาจจะเกิดภาวะขาดออกซิเจนกับทารกได้หากมีปัญหาในระหว่างการคลอด คุณแม่อาจจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือภาวะมดลูกหย่อนได้อีกด้วย

คุณแม่ตั้งครรภ์กับการผ่าคลอด

การผ่าคลอดเป็นวิธีการคลอดที่ทำเฉพาะกับคุณแม่ที่ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้ หรือมีข้อบ่งชี้ต่าง ๆ ทางการแพทย์ที่เห็นสมควรให้ผ่าคลอด ซึ่งการผ่าคลอดนี้คุณแม่สามารถกำหนดเวลาการคลอดได้อย่างชัดเจน ทำให้คุณแม่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า ในการผ่าคลอดนี้จะไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างคลอด ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะเลือดจางหลังคลอดและอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ และหากคุณแม่เป็นโรคทางเพศสัมพันธ์การผ่าคลอดนี้ก็ยังช่วยลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อจากคุณแม่ไปสู่ทารกได้

แต่การผ่าคลอดนั้นจะทำให้คุณแม่พักฟื้นนาน เสียเลือดมากกว่าคลอดธรรมชาติ อาจจะมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้น คุณแม่มีโอกาสเกิดภาวะมดลูกแตกได้ และทารกมีแนวโน้มเสียชีวิตในขณะคลอด อีกทั้งยังมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะรกเกาะต่ำในการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป

ความจริงแล้วการคลอดทั้งสองวิธีนี้ก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่กำลังตัดสินใจก็อยากจะให้คำนึงถึงความปลอดภัยของลูกในท้องเป็นหลัก และควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและสภาพจิตใจของตนเองจะดีที่สุด สำหรับครั้งหน้าเราจะนำเอาข้อมูลดีๆเกี่ยวกับแม่และเด็กทางด้านใดมาฝากกันอีกนะอย่าลืมติดตาม

#ไลฟ์สไตล์ของแม่บ้าน #แม่บ้านยุคใหม่ #คุณแม่ตั้งครรภ์

More to explorer

เคล็ดไม่ลับ!! วิธีการฝึกลูกขับถ่ายให้ได้ผล

เคล็ดไม่ลับ!! วิธีการฝึกลูกขับถ่ายให้ได้ผล

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่คงจะเป็นกังวลอย่างมากว่าจะฝึกลูกขับถ่ายอย่างไร จึงจะช่วยให้ลูกสามารถนั่งถ่ายเองได้หรือสามารถขับถ่ายได้เป็นเวลา สำหรับเด็กตัวเล็กในวัย 2 ขวบขึ้นไปนั้นคุณแม่มักจะยังไม่สามารถสื่อสารกับลูกให้เข้าใจได้ดีนัก

อาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

อาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

เมื่อพูดถึงการตั้งครรภ์ คุณแม่มือใหม่หลายท่านต้องเริ่มกังวลกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และอยากดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการออกกําลังกาย หรือแม้แต่อาหารที่ต้องทานระหว่างช่วงที่กําลังตั้งครรภ์

จะส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบได้อย่าไร

จะส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบได้อย่าไร

สำหรับเด็กน้อยที่มีอายุน้อยกว่า 1 ขวบขึ้นไป เป็นช่วงหนึ่งที่ต้องการพัฒนาการทางด้านร่างกายมากที่สุด เพราฉะนั้นคุณแม่จะต้องมีวิธี