ป่าหลังห้อง by ใบหอม

บ้านและสวน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

การจะสร้างป่า สักป่า มันคงเป็นเรื่องที่ยากเพราะต้องใช้พื้นที่ในการปลูกป่ากว้าง และการจะทำป่าหลังห้องเป็นที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าการใช้ชีวิตแบบคนเมืองอยู่ในคอนโดหรือหอห้องเล็ก ๆ อาจทำให้ไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่บ้านเท่าไรนัก ยิ่งการจัดสวนหรือปลูกต้นไม้ก็ยิ่งเป็นไปได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลยซึ่งทำได้ง่ายๆโดยใช้พื้นที่ขนาดเล็กการจัดสวนหลังห้อง

โดยการที่เราปลูกไม้ประดับและพืชผักสวนครัวที่ขนาดไม่ใหญ่เกินไป การที่เราจะปลูกต้นไม้ควรวางแผนและมีการพิจารณาพื้นที่ก่อน เพราะหากมากเกินไปจะทำให้ยากต่อการดูแลรักษา รวมไปถึงความแออัดที่อาจจะเกินงาม สิ่งสำคัญอันดับต้นๆต่อมาที่ควรคำนึงถึง คือชนิดของต้นไม้ ควรเลือกไม้ที่ชอบร่มหรือแสงแดดรำไร หรืออาจะเลือกต้นไม้ที่ชอบแดดจัดก้ได้ ทั้งนี้ ขั้นอยู่กับสภาพพื้นที่ของระเบียงหลังห้องว่ามีแดดมาน้อยเพียงใด นอกจากนี้ ควรเลือกต้นไม้ที่มีความ ทนทาน ปรับตัวเข้ากับสภาพต่างๆ และมีการปลูกดูแลรักษาไม่ยาก ขนาดต้นไม้ก็มีความสำคัญ ควรเลือกต้นไม่ที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ อาจจะเลือกเป็นสวนแบบแขวน หรือสวนกระถาง หรือหากจะทำแบบผสมผสานก็ย่อมทำได้

เมื่อเลือกต้นไม้แล้ว ภาชนะหรือกระถางที่ใส่ต้นไม้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกที่มีน้ำหนักเบา เพื่อที่จะสามารถเคลื่อนย้ายสะดวก ภาชนะและต้นไม้ต้องได้สัดส่วน มิเช่นนั้นอาจทำให้ต้นไม้ไม่โตหรือตายได้ ในส่วนของดินควรเป็นเป็นดินที่เหมาะสมกับต้นไม้ เพราะหากใช้ดินผิดต้นไม้ก็จะไม่โตเช่นเดียวกัน ต้นไม้แต่ละชนิดต้องการแสงสว่างมากน้อยแตกต่างกัน หากต้นไม้ได้รับแสงน้อยเกินไปก็จะไม่โต ใบเหลือง หรือยืดยาวหาแสงสว่างก็จะทำให้ต้นไม้ผิดรูปร่างไม่สวยงามเหมือนตอนซื้อมาได้ ควรวางในตำแหน่งให้เหมาะสมเพื่อให้แสงสว่างส่องถึง เมื่อได้ต้นไม้มาและจัดว่างเรียบร้อยแล้ว การดูแลลดน้ำใส่ปุ๋ย พรวนดิน ก็เป็นสิ่งที่พืชต้องการถ้าพืชสังเคราะห์แสงมากจะต้องการน้ำมากกว่าส่วนพืชที่สังเคราะห์แสงน้อยก็ต้องการน้ำน้อย ปกติควรให้น้ำวันละหนึ่งครั้ง แต่ถ้าวันไหน ร้อนอบอ้าวควรให้น้ำเพิ่มวันละสองครั้ง เพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นกับดินและต้นไม้

มองๆดูแล้วอาจจะเหมือนหลายขั้นตอน แต่เพียงแค่คุณไปที่ร้านต้นไม้และขอคำแนะนำ คุณก็ได้ข้อมูลทุกอย่าง เพียงเท่านี้คุณก็จะมีป่าของตัวเองอยู่หลังห้องได้ไม่ยาก

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท