ห้องยิ่งรกอากาศยิ่งร้อน

บ้านและสวน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

     อากาศประเทศไทยในปัจจุบันค่อนข้างร้อนมาก ไม่ว่าจะผ่านฤดูฝน ฤดูหนาวหรือฤดูกาลต่างๆ แต่ในช่วงเวลากลางวันอุณหภูมิจะสูงและร้อนมาก เมื่อเราอยู่ภายในห้องก็รู้สึกอบอ้าวและถ้าห้องที่เราอยู่มีของที่ว่างไม่เป็นระเบียบบวกกับอากาศถ่ายเทได้ไม่ค่อยสะดวกก็จะทำให้เราหงุดหงิด ภายในห้องก็ยิ่งร้อนเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น การที่เราจะจัดและตกแต่งภายในห้องให้เป็นระเบียบเพื่อให้อากาศถ่ายเทก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ทำให้เราคลายร้อนได้ การเก็บห้องคงเป็นกิจวัตรประจำวันของใครหลายๆคนอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการจัดระเบียบอาทิตย์ละครั้ง เดือนละครั้ง และปีละครั้งหรือตามความเหมาะสม เป็นต้น ซึ่งไม่ยากเลยที่เราจะหมั่นเก็บกวาดภายในห้องให้เป็นระเบียบอยู่เป็นประจำโดยสิ่งของที่เราไม่ได้ใช้หรือไม่จำเป็นเราก็ควรเก็บทิ้งหรือของที่ใช้ต่อได้ก็นำไปบริจาค เช่น เสื้อผ้าเก่า รองเท้าเก่า ฯลฯ ของเหล่านี้ก็ถือเป็นของที่ใช้แล้วแต่สามารถใช้ต่อกันได้ เราก็เหมือนได้ทำบุญไปในตัว 

นอกจากห้องจะเป็นระเบียบแล้ว ใจเราก็จะเป็นระเบียบ หยิบจับหรือหาสิ่งใดก็จะเจอ ไม่หัวร้อนไปตามสภาพอากาศเพราะหาของไม่เจอ อย่างที่เขาว่า อากาศร้อนไม่เท่าใจร้อน ส่วนการจัดระเบียบอีกวิธีการหนึ่งเป็นการหาต้นไม้มาปลูกประดับบริเวณริมหน้าต่างที่แสงแดดส่อง ริมระเบียง บริเวณเตียงนอนหรือบริเวณภายในห้องตามมุมต่างๆ เพื่อใช้บังแดดที่ส่องเข้ามาในห้องอีกทั้งต้นไม้ยังช่วยฟอกอากาศภายในห้องทำให้มีอากาศบริสุทธิ์และทำให้อากาศภายในห้องเย็นขึ้นอีกด้วย และยังถือเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในห้อง หลายๆคนอาจจะไม่ชอบที่จะดูแลต้นไม้ เพราะงานจากชีวิตประจำวันก็ยุ่งยากพออยู่แล้ว  ต้นไม้หรือดอกไม้ปลอมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ในการเลือกมาประดับห้องให้มีสีสัน เพราะไม่ต้องดูแลรักษา อาจจะมีก็แค่การปัดฝุ่นบ้าง และที่สำคัญต้นไม้ดอกไม้ปลอมบางต้นสวยกว่าของจริงเสียอีก สุดท้ายแล้วทุกคนมีวิธีคลายร้อนในแบบของตัวเอง การจัดระเบียบห้องเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการจัดระเบียบใจ ไม่ให้ร้อนไปตามอากาศเท่านั้น ไม่เชื่อคุณก็ลองหันมองห้องตัวเองดูซิ แล้วลองจัดระเบียบดูว่าหลังจากจัดการสิ่งของเกลื่อนกลาดเหล่านั้นแล้ว อากาศเย็นลงหรือไม่

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท