เคล็ดลับ ให้ลูกลืมไปเลยว่าเคยติดขวดนม

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

อย่างที่รู้กันดีว่า การจะให้ลูกเลิกขวดนมเป็นอะไรที่ทรมานจิตใจคนเป็นแม่เหลือเกิน แต่ส่วนใหญ่ก็จะใจอ่อนปล่อยให้ลูกดูดขวดต่อไปเรื่อยๆ ปัญหาที่ตามมาเลยก็คือลูกฟันผุ จากการดูดจุกนมคาปากเอาไว้ทั้งคืน

คราวนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตเลยค่ะ บางกรณีไม่สามารถรักษาได้ก็ต้องถอนฟันน้ำนมออกยกแผงกันไปเลย แต่เราอย่าปล่อยให้เจอปัญหานี้เลยค่ะ วันนี้คุณแม่ลูกแสบจะมาแชร์วิธีเลิกขวดนมของที่บ้านให้ได้อ่านกันค่ะ เผื่อบ้านจะไหนลองเอาไปปรับใช้ดูค่ะ

วัยหรือช่วงอายุที่เหมาะสมในการเลิกขวดนมเอาจริงๆเราว่าขึ้นอยู่กับแต่ละบ้านนะคะ ว่าจะเริ่มตอนไหนดี แต่บ้านเราให้เลิกตอนอายุยังไม่ถึง 2 ขวบค่ะ แต่ต้องมั่นใจนะคะว่าลูกดูดหลอดเป็นแล้วค่ะ

  • เริ่มจากที่เราค่อยๆเอานมกล่องมาให้ลูกดื่มค่ะ สลับไปกับขวดนม ให้เค้าเริ่มคุ้นเคย แล้วค่อยๆลดเวลาการดูดขวดให้เหลือแค่ช่วงเช้า และ ก่อนนอนเท่านั้นค่ะ ทำแบบนี้ซัก 2-3 วันค่ะ
  • จากนั้นเราต้องเก็บขวดนม และ จุกนมไปไว้ในมุม หรือ กล่องที่ลูกจะไม่สามารถไปบังเอิญเจอได้ค่ะ หรือเอาออกจากบ้านได้ไปเลยจะดีที่สุดค่ะ เพื่อที่เวลาคนในบ้านเกิดใจอ่อนขึ้นมาจะได้ไม่ต้องเดินไปหยิบมาให้ได้ง่ายๆ
  • วันแรกของการเลิกขวดนมแบบเด็ดขาด เราอาจจะต้องอดทน และต้องใจแข็งกับอาการงอแงของลูกหน่อยนะคะ เราต้องคุยกับคนในบ้านทุกคนให้เข้าตรงกันด้วยนะคะ ว่าเราทำเพื่อลูกของเราค่ะ ลูกอาจจะไม่ยอมกินข้าวเลย แต่เด็กเวลาที่หิวมากๆเค้าก็จะทานค่ะแต่ถ้าไม่ยอมทานข้าวจริงๆ ก็เอากล่องนมที่ลูกเคยกินมาตั้งไว้ใกล้ๆมือได้เลยค่ะ
  • ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คนเลี้ยงจะเหนื่อยหน่อยนะคะ เพราะต้องปล่อยให้เค้าเล่นให้เต็มที่ พอถึงเวลานอนช่วงกลางวันก็จะได้หมดแรงและหลับไปอย่างง่ายดายค่ะ
  • ทุกมื้ออาหารก็ให้เค้าทานให้เต็มที่เลยค่ะ และในระหว่างวัน อย่าใจอ่อนเด็ดขาดนะคะ
  • ช่วงเวลาที่ยากที่สุดคือช่วงเวลานอนนี่แหละค่ะ ก่อนนอนแนะนำให้ลูกดื่มนมที่เค้าชอบซัก 1 กล่อง และ หากิจกรรมที่ทำร่วมกันก่อนนอนเพื่อให้ลูกไม่นึกถึงขวดนม เช่นอ่านหนังสือนิทาน หรือ แปรงฟันด้วยกัน ค่ะ

ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีทั้งเราและลูกก็ลืมเรื่องขวดนมกันไปเลยค่ะ การจะให้ลูกเลิกหรือจะปรับพฤติกรรมอะไรซักอย่างไม่ได้อยู่ที่ตัวเด็กหรอกค่ะ อยู่ที่ตัวเรานี่แหละ ว่าจะมีวินัย และ ความอดทนมากพอหรือเปล่า

ยังไงแม่ๆก็ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ได้นะคะ บ้านเราทำวิธีนี้สำเร็จได้ภายในเวลาไม่ถึงอาทิตย์ลูกก็ลืมขวดนมไปเลยค่ะ

นามปากกา : คุณแม่ลูกแสบ

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้ 1. การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง 2. การยกของหนัก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

Close Menu