เก็บอาหารแห้งและอาหารสดอย่างให้อยู่ได้นานในช่วง Covid – 19
เก็บอาหารแห้งและอาหารสดอย่างให้อยู่ได้นานในช่วง Covid - 19

เก็บอาหารแห้งและอาหารสดอย่างให้อยู่ได้นานในช่วง Covid – 19

ช่วง covid – 19 ระบาดแบบนี้คงไม่ค่อยมีใครอยากจะออกนอกบ้านมากนัก ออกไปแต่ละครั้งก็คิดซื้อของแห้งของสดมาตุนไว้ แต่ทั้งนี้ของสดอาจจะเก็บได้ไม่นานเท่ากับอาหารแห้ง แต่ว่าอาหารแห้งบางอย่างก็มีอายุสั้นเช่นกัน วันนี้จึงมีวิธีการเก็บอาหารแห้งและอาหารสดเพื่อยืดอายุอาหารให้สามารถเก็บไว้ได้นานขึ้นแบบที่ไม่ทำให้รสชาติเปลี่ยน ลองมาดูวิธีกันเลยว่าทำได้อย่างไรบ้าง 1.วิธีเก็บไข่สด สำหรับการเก็บไข่สดให้ยืดอายุอาหารนั้นควรนำเปลือกไข่มาทำความสะอาดก่อนแต่ไม่ควรล้างน้ำเพราะจะยิ่งทำให้ไข่เสียไวยิ่งขึ้น ให้ใช้กระดาษเช็ดคราบสกปรกแทน เก็บไว้ในอุณหภูมิห้องปกติแทนการแช่เย็น เอาหัวด้านป้ายขึ้นและเอาด้านแหลมลงวิธีนี้จะทำให้ไข่แดงลอยอยู่กลางอากาศ เวลานำมาตอกไข่จะไม่แตกเหลวซึ่งจะช่วยยืดอายุไข่ได้ 14-30 วันเลยทีเดียว 2.วิธีเก็บปลาย่างแช่แข็งและปลาสด สำหรับปลาถ้าแช่แข็งมาแล้วก็แช่ต่อได้เลยรักษาอุณหภูมิเอาไว้อย่าให้เสียระหว่างการเดินทาง ส่วนปลาสดแนะนำให้ทำความสะอาดก่อนแล้วเก็บแบ่งเอาไว้เหมือนเนื้อสัตว์ชนิดอื่นในช่องแช่แข็งที่ -12 องศาถึง -18 องศาจะทำให้ปลาสามารถมีอายุอยู่ได้ถึง 6 เดือน 3. วิธีเก็บไก่สดและไก่แช่แข็ง สำหรับไก่สดนั้นควรแบ่งไว้ทำในมืออาหารด้วยการแบ่งใส่ถุงพลาสติกหรือกล่องภาชนะ…

Continue Reading เก็บอาหารแห้งและอาหารสดอย่างให้อยู่ได้นานในช่วง Covid – 19
ข้อดีของการ พาลูกไปฝึกว่ายน้ำ
ข้อดีของการ พาลูกไปฝึกว่ายน้ำ

ข้อดีของการ พาลูกไปฝึกว่ายน้ำ

คุณแม่รู้ไหมว่า การพาลูกไปฝึกว่ายน้ำนั้นมีข้อดีมากกว่าที่คิด ซึ่งจะมีข้อดีอย่างไรบ้างนั้น วันนี้เราก็ได้รวบรวมมาบอกคุณแม่กันแล้ว ดังนั้นไปดูกันเลย 1.ได้ออกกำลังกล้ามเนื้อ แน่นอนว่าการว่ายน้ำต้องใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอยู่แล้ว ขนาดผู้ใหญ่ยังเหนื่อย ดังนั้นการว่ายน้ำจึงช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนากล้ามเนื้ออย่างเต็มที่ และยังเป็นการออกกำลังในแบบที่ไม่ต้องมีอะไรมากดทับ ซึ่งในการวิ่งหรือการกระโดดยังต้องมีแรงกระแทกแต่การว่ายน้ำนั้นจะตัดปัญหานี้ได้อย่างสิ้นเชิง  2.ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง การว่ายน้ำต้องมีการกลั้นหายใจ และยังได้ใช้ร่างกายทุกสัดส่วนในการว่ายน้ำอีกด้วย จึงทำให้กล้ามเนื้อปอดไปยันหัวใจได้ทำงานอย่างเต็มที่จึงทำให้มีความแข็งแรงมากขึ้น 3.ผ่อนคลาย ในขณะที่อากาศร้อนๆ การได้ลงน้ำนับว่าเป็นการช่วยให้ผ่อนคลาย และแน่นอนอยู่แล้วว่าเด็กๆ กับการลงน้ำเป็นของคู่กัน  อีกทั้งการว่ายน้ำยังทำให้เด็กๆ นอนหลับได้สนิท มากขึ้นอีกด้วย 4.ลดอาการหอบหืด การให้ลูกได้ว่ายน้ำบ่อยๆ จะช่วยลดอาการหอบหืดได้เป็นอย่างดี เพราะจะทำให้ปอดแข็งแรงนั่นเอง ดังนั้นมาฝึกลูกว่ายน้ำ เพื่อลดการเกิดหอบหืดในลูกน้อยกันดีกว่า 5.ลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองเมื่อจมน้ำได้…

Continue Reading ข้อดีของการ พาลูกไปฝึกว่ายน้ำ
5 ของใช้ในบ้าน ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก
บางครั้งก็ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นของเล่นแพงๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแค่ใช้ของในบ้านบางอย่างก็สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ ซึ่งมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

5 ของใช้ในบ้าน ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก

ของเล่นที่ใช้กระตุ้นพัฒนาการบางครั้งก็ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นของเล่นแพงๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแค่ใช้ของในบ้านบางอย่างก็สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ ซึ่งมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย 1.ตะกร้าใส่ของ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก ตะกร้าบางแบบจะมีสายยาวหรือคุณพ่อคุณแม่อาจทำสายให้กับลูกเพื่อใช้ในการเดินหยิบของใส่ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ หรือใบไม้ แม้กระทั่งเปลือกต้นไม้ต่างๆ ทำให้ลูกได้เล่นและได้เรียนรู้จากการคอยถามผู้ปกครองว่าอันนี้คืออะไร และยังช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กของลูกได้พัฒนามากขึ้นอีกด้วย 2.ผ้าขนหนูสุดมหัศจรรย์ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก ใครจะทราบว่าแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวสามารถเป็นได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชุดสวย ผมยาว หรือผ้าคลุมฮีโร่ ช่วยให้ลูกมีการพัฒนาด้านการทรงจำหรือส่งเสริมจิตนาการของลูกได้ด้วย 3.กล่องเปล่า ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก อาจเป็นกล่องที่น่ารักสักนิดเพื่อเป็นการดึงดูดลูกน้อย ให้เขาได้หยิบของเข้าๆ ออกๆ และยังทำให้เขาได้รู้จักการเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบได้อีกด้วย หรือลูกอาจใช้เป็นของใช้ส่วนตัวจนกลายเป็นของรักของหวงเลยก็ได้ 4.ตะกร้าผ้า ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก ตะกร้าผ้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เด็กและคุณพ่อ ส่วนใหญ่จะเป็นคุณพ่อมากกว่าเพราะเด็กจะชอบให้คุณพ่อคอยเข็นหรือยกเล่นเหมือนที่บางคลิปคุณพ่อจะใช้ตะกร้าแทนรถไฟเหาะแล้วทำจังหวะให้เหมือนลูกได้นั่งรถไฟ เด็กก็จะรู้สึกสนุกสนานไปด้วย 5.โซฟา…

Continue Reading 5 ของใช้ในบ้าน ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก
5 เคล็ดลับ ให้ลูกนอนหลับตลอดคืน ไม่ตื่นมางอแงบ่อย
5 เคล็ดลับ ให้ลูกหลับตลอดคืน ไม่ตื่นมางอแงบ่อย

5 เคล็ดลับ ให้ลูกนอนหลับตลอดคืน ไม่ตื่นมางอแงบ่อย

เด็กแรกเกิดจะมีช่วงเวลาการนอนหลับที่ค่อนข้างยาว และในตอนกลางคืนคุณแม่หลายคนก็คงได้เจอว่าลูกของคุณชอบตื่นมางอแงหรือร้องตอนกลางคืนเป็นประจำ วันนี้เรามีเทคนิคที่จะช่วยให้ลูกนอนหลับไม่ตื่นมางอแงมาแนะนำกัน โดยมี 5 วิธีดังนี้ 1.เคล็ดลับใช้เสียงดนตรีกล่อม ห้องที่เด็กนอนต้องไม่มีสิ่งเร้าอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงโทรทัศน์หรือเสียงมือถือเพราะจะทำให้การนอนหลับของเด็กถูกขัดขวาง และคุณควรหาลำโพงดีๆ เปิดเสียงจากธรรมชาติที่ช่วยให้ผ่อนคลายหรือในยูทูปเองก็จะมีเพลงกล่อมเด็ก สำหรับคุณแม่ได้เปิดให้ลูกๆ ฟังในช่วงนอน 2.เคล็ดลับการใช้ผ้าห่อตัวลูก ก่อนที่คุณแม่จะพาเด็กเข้านอน ให้ใช้ผ้าอุ่นๆ หรือผ้าที่มีความหนาพอดี ห่อตัวลูก ประมาณ 2 – 3 ชั้น ตามความหนาของผ้า อย่ารัดจนแน่นหรือพันหลวมจนเกินไปแล้วค่อยนำลูกไปวางที่เตียงของเด็ก จะทำให้เด็กมีความรู้สึกเหมือนโดนกอดอยู่ตลอดเวลาทำให้รู้สึกสงบและนอนหลับสบายขึ้น 3.เคล็ดลับการปรับตารางเวลา เด็กเล็กๆ จะยังไม่สามารถกำหนดเวลาตัวเองได้ว่าหนึ่งต้องทำอะไรดังนั้นคุณแม่เองก็ต้องเป็นตารางเวลาให้ลูกหัดให้ลูกทานข้าว ขับถ่าย …

Continue Reading 5 เคล็ดลับ ให้ลูกนอนหลับตลอดคืน ไม่ตื่นมางอแงบ่อย
วิธีสังเกตพฤติกรรม ลูกน้อยอาจกำลังมีความเครียด
วิธีสังเกต ลูกน้อยอาจกำลังเครียด

วิธีสังเกตพฤติกรรม ลูกน้อยอาจกำลังมีความเครียด

เด็กๆ นั้นจริงแล้วก็มีความเครียดเช่นกัน ไม่ใช่เพียงแต่ผู้ใหญ่ แต่การแสดงออกของเขาอาจไม่เป็นที่สะดุดตาสักเท่าไหร่ดังนั้นเราจึงมีวิธีสังเกตว่าลูกน้อยกำลังเครียดอยู่หรือไม่ มาบอกให้คุณพ่อคุณแม่ได้รู้กันดังนี้ 1.พฤติกรรมลูกร้องงอแง ไม่ยอมไปโรงเรียน การที่ลูกมีพฤติกรรมร้องงอแงไม่ยอมไปโรงเรียน ทั้งปลอบทั้งขู่จนสุดท้ายต้องอุ้มขึ้นรถไปทั้งอย่างนั้น ความจริงแล้วนั่นอาจจะเป็นเพราะลูกกำลังเครียด แต่ไม่สามารถบอกให้พ่อแม่รู้ได้นั่นเอง 2.มีพฤติกรรมดูดนิ้ว ดึงผม หรือมีการถูจมูกบ่อยๆ เมื่อลูกชอบดูดนิ้ว ดึงผมหรือถูจมูกบ่อยๆ ก็อาจบ่งบอกว่าเขากำลังเครียดได้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าลูกเริ่มมีการดูดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นตอนรู้สึกตัวหรือตอนนอนหลับ คุณต้องเข้าใจว่านั้นไม่ใช่พฤติกรรมปกติ แต่เกิดจากความเครียดของเขา 3.พฤติกรรมชอบเล่นคนเดียว ความเครียดของเด็กบางคนเกิดจากการถูกเพื่อนแกล้ง แล้วไม่สามารถปรับตัวได้ เด็กจึงเลือกที่จะอยู่คนเดียว เวลาให้เล่นก็เลือกจะนั่งเล่นเงียบๆ คนเดียว ไม่สดในร่าเริงเท่าเด็กในวัยเดียวกัน อย่างไรก็ตามอาการนี้อาจก้ำกึ่งกับเด็กที่เป็นออทิสติก ดังนั้นต้องสังเกตให้ดีว่าลูกเครียดหรือมีความผิดปกติทางสมองกันแน่…

Continue Reading วิธีสังเกตพฤติกรรม ลูกน้อยอาจกำลังมีความเครียด
วิธีการรับมือเบื้องต้น เมื่อมีของติดคอลูกน้อย
วิธีการรับมือเบื้องต้น เมื่อมีของติดคอลูกน้อย

วิธีการรับมือเบื้องต้น เมื่อมีของติดคอลูกน้อย

เด็กเล็กๆ ในช่วงหัดหยิบจับสิ่งของเมื่อหยิบอะไรได้ก็จะเอาเข้าปาก ซึ่งบางอย่างอาจลื่นหลุดเข้าไปติดคอของเด็กทำให้เกิดอันตรายได้ วันนี้เรามีวิธีการรับมือมาให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้นำไปใช้กัน โดยมีวิธีไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย 1.กรณีสิ่งที่ติดคอลูกไม่รุนแรง หากลูกยังสามารถพูดบอกได้ว่ามีบางอย่างติดคอ แสดงว่าเป็นอาการไม่ร้ายแรงแต่ก็ละเลยไม่ได้ คุณต้องให้เด็กไอเอาสิ่งนั้นออกมา แต่หากไอแล้วแต่ไม่ออกต้องรีบนำตัวลูกส่งโรงพยาบาลทันที 2.มีสิ่งของติดคอลูก อุดตันจนเด็กเริ่มหายใจลำบากพูดไม่ได้ -กรณีเด็กอายุไม่ถึง 1 ปี ให้ผู้ปกครองนั่งคุกเข่าจับเด็กนอนคว่ำบนขา กดศีรษะให้ต่ำกว่าลำตัวจับขากรรไกรพร้อมประคองคอ ใช้สันมือตบบริเวณสะบักไหล่ 5 ครั้งต้องตบให้แรง แล้วจับเด็กนอนหงายใช้นิ้วมือสองนิ้วกดกึ่งกลางลำตัวห่างจากหัวนมเด็กเล็กน้อย กดแรงๆ 5 ครั้ง ต้องทำจนกว่าเด็กจะร้องออกมาหรือสามารถพูดได้ถึงค่อยหยุด -เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ผู้ปกครองต้องเข้าด้านหลังเด็กไม่ว่าจะเป็นท่านั่งหรือยืน กำมือข้างไหนก็ได้แล้วใช้มือที่กำวางไว้เหนือสะดือใต้ลิ้นปี่แล้วเอามืออีกข้างกำเอาไว้…

Continue Reading วิธีการรับมือเบื้องต้น เมื่อมีของติดคอลูกน้อย
5 แอพฯ ดีๆ สำหรับคนท้อง โหลดเลย
5 แอพฯ ดีๆ สำหรับคนท้อง โหลดเลย

5 แอพฯ ดีๆ สำหรับคนท้อง โหลดเลย

วันนี้เราจะนำแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจและสามารถช่วยให้ความรู้กับคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝาก ซึ่งแอพต่อไปนี้มีประโยชน์ต่อคุณแม่มาก มีแอพอะไรและน่าสนใจอย่างไรบ้างมาดูกันเลย 1.Pregnancy & Baby What to Expect  แอพนี้เป็นแอพที่ได้รับความนิยมจากคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นจำนวนมาก เพราะได้มีรวบรวมข้อมูลและความรู้สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลให้ความรู้ตั้งแต่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ การตรวจความผิดปกติของทารกในครรภ์ การเตรียมตัวก่อนคลอด และอื่นๆอีกมากมาย 2.Pregnancy + เป็นแอพที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์เพื่อให้คุณแม่ได้นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็จะมีเรื่อง การกินอาหาร คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์ รวมถึงการออกกำลังกาย ที่สำคัญแอพนี้จะช่วยให้คุณแม่ได้เห็นภาพ 3 มิติของลูกน้อยอีกด้วย 3.I’m Expecting แอพนี้เป็นแอพที่ทำขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ โดยจะมีการรวบรวมเคล็ดลับต่างๆไว้ในนี้อย่างครบถ้วน…

Continue Reading 5 แอพฯ ดีๆ สำหรับคนท้อง โหลดเลย
เลือกโรงเรียนให้ลูก ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
เลือกโรงเรียนให้ลูก ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

เลือกโรงเรียนให้ลูก ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

เมื่อถึงวัยที่ลูกน้อยต้องเข้าโรงเรียนและคุณเองก็ยังไม่สามารถหาโรงเรียนให้กับลูกได้ ไม่ว่าจะด้วยความลังเลใดๆ ลองมาอ่านข้อมูลที่เราได้หามาเสียก่อนเพื่อเป็นการช่วยในการเลือกว่าจะให้ลูกเรียนโรงเรียนที่เราวางไว้ในใจดีหรือไม่ 1.คุณภาพ ในที่นี้คือสภาพแวดล้อมต่างๆ ความปลอดภัยความสะอาด บรรยากาศโดยรอบ ปกติโรงเรียนที่ให้ความสนใจแก่เด็กและผู้ปกครองเมื่อมีการมาสำรวจเป็นหมู่คณะครูจะพาทัวร์ว่ามีอะไรบ้างเป็นต้น 2.บุคลากร ไม่ว่าจะเป็นครู ครูพี่เลี้ยง แม้กระทั่งภารโรง แม่บ้านก็เป็นตัวตัดสินได้ว่าโรงเรียนแห่งนี้เหมาะกับการเรียนของลูกคุณหรือไม่ 3.ระยะทาง การเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนนั้นต้องเหมาะสมกับช่วงอายุของลูกคุณ เพราะหากลูกของคุณยังเด็กมาก แต่คุณเลือกโรงเรียนที่มีชื่อเสียงแต่การเดินทางคือต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ เพื่อให้ทันกับการเข้าเรียนตอนแปดโมงเช้า นั่นย่อมไม่เป็นผลดีกับลูกคุณแน่ๆ 4.ค่าเทอม หากการเลือกโรงเรียนที่ต้องจ้างครูต่างประเทศมาทำการสอนให้กับนักเรียนเพื่อให้เด็กสามารถพูดได้อย่างเจ้าของภาษาเลยนั้นจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการเรียนของเด็กนั้นสูงตามด้วย และคุณเองก็ต้องคำนวณถึงระยะเวลาในการเรียนว่าหากค่าเทอมประมาณนี้คุณสามารถที่ส่งลูกให้เรียนได้จนจบหลักสูตรหรือไม่ 5.หลักสูตร  หลักสูตรสำหรับเด็กเล็กจนถึงชั้นประถมต้นในแต่ละโรงเรียนจะมีความแตกต่างกันบางโรงเรียนเน้นการสันทนาการเพื่อพัฒนาในเรื่องของร่างกายบางโรงเรียนเน้นวิชาการตั้งแต่เยาว์วัยคุณต้องเลือกว่าอยากให้ลูกต้องการเรียนแบบไหน 6.ตัวเด็ก นอกจากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวไปแล้วตัวเด็กเองก็เป็นปัจจัยหลักในการเรียนเช่นกัน หากโรงเรียนมีการทดลองเรียนเพื่อดูว่าเด็กสามารถเข้าเรียนได้หรือไม่นั้น คุณแม่เองก็ควรลองให้ลูกได้เข้าคอร์สดูเพื่อเช็คดูว่าลูกชอบหรือไม่ การเลือกที่เรียนให้กับลูกเชื่อว่าคุณแม่เองก็ต้องการที่ที่ดีที่สุดให้กับลูก…

Continue Reading เลือกโรงเรียนให้ลูก ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
เช็คสิ! คุณเป็นคุณแม่สไตล์ไหน
เช็คสิ! คุณเป็นคุณแม่สไตล์ไหน

เช็คสิ! คุณเป็นคุณแม่สไตล์ไหน

ในการเลี้ยงลูกแต่ละคนย่อมมีรูปแบบในการเลี้ยงที่ไม่เหมือนกันและไม่ตายตัว แต่คุณจะรู้หรือไม่ว่าตัวเองนั้นเป็นคุณแม่ในแบบไหนลองไปเช็คกันดูสิว่าคุณเองเป็นคุณแม่สไตล์ไหน 1.คุณแม่เจ้าระเบียบ ส่วนใหญ่แล้วคุณแม่ทุกคนจะมีความเจ้าระเบียบอยู่ในตัวอยู่แล้วแล้วแต่ว่าจะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง บางคนแค่การกิน การเล่นการนอนของลูกเท่านั้น แต่บางคนจะเป็นระเบียบมากถึงขนาดที่สอนให้ลูกรู้จักเก็บวางของให้เรียบร้อยตั้งแต่เล็กๆ ก็มี 2.คุณแม่วัยรุ่น ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นคุณแม่ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เป็นคุณแม่ที่เลี้ยงลูกเหมือนเป็นเพื่อนสนิทของเขาไปไหนไปกัน สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ซึ่งคุณแม่ในลักษณะนี้ลูกมักจะไม่ค่อยมีความลับ หรือถ้ามีก็น้อยมากและจะชอบปรึกษาปัญหากับแม่มากกว่าเพื่อนอีกด้วย 3.คุณแม่สายเชียร์ เมื่อเวลาที่ลูกต้องทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความกล้าแสดงออก คุณแม่ประเภทนี้จะเป็นคนที่คอยผลักดันลูกๆ ของตนเองให้กล้าทำกล้าแสดงออก รวมทั้งเป็นคนที่คอยจัดหาเสื้อผ้าเป็นคนขับรถพาไปส่งคอยหาข้าวหาขนม ให้ลูกตลอด 4.คุณแม่ที่มีคุณพ่อเป็นคนตัดสินใจ คุณแม่แบบนี้การตัดสินใจในทุกๆ อย่างจะต้องผ่านมติของคุณพ่อ อาจเพราะคุณพ่อเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างในบ้าน คุณแม่จึงต้องให้คุณพ่อเป็นผู้รับรู้ในเรื่องของลูกทุกๆ อย่าง 5.คุณแม่หวงลูก คุณแม่ที่ทุกคนย่อมมีความหวงลูกทุกคน แต่มีคุณแม่บางคนที่มีความหวง ความห่วงมากกว่าคนอื่นๆ…

Continue Reading เช็คสิ! คุณเป็นคุณแม่สไตล์ไหน
เตือนพ่อแม่ ลูกน้อยไม่สบาย ห้ามทำ 5 สิ่งนี้
เตือนพ่อแม่ ลูกน้อยไม่สบาย ห้ามทำ 5 สิ่งนี้

เตือนพ่อแม่ ลูกน้อยไม่สบาย ห้ามทำ 5 สิ่งนี้

ในยามที่ลูกเจ็บป่วย คุณพ่อคุณแม่ย่อมมีความร้อนใจอยากจะเป็นแทนลูกเสียให้ได้ ซึ่งบางครั้งตัวคุณพ่อคุณแม่ก็ทำให้สิ่งที่ไม่สมควรลงไป แต่จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันดีกว่า 1.ไม่ทำตัวเป็นหมอ หากคุณไม่ได้มีอาชีพด้านการแพทย์และพยาบาลก็ไม่ควรที่จะจัดยาหรือเอายาจากครั้งที่แล้วที่ลูกกินเหลือมาให้เขาได้ทานอย่างเด็ดขาด  อาการป่วยในแต่ละครั้งคุณไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นเชื้อโรคแบบใดที่เข้าไปร่างกายลูก ควรดูแลเบื้องต้นและคอยสังเกตอาการหากมีอาการหนักก็ควรพาไปพบแพทย์ในทันที 2.อย่าเคลื่อนย้ายเมื่อลูกเจ็บ หากลูกเล่นเครื่องเล่นในสวนสาธารณะแล้วเกิดบาดเจ็บหากเด็กไม่ได้สลบคุณต้องถามอาการว่าลูกเจ็บตรงไหนหรือไม่ หรือมีอาการอื่นๆ หรือไม่ หากเด็กแจ้งว่ามีเจ็บตรงจุดไหนคุณไม่ควรไปจับหรือขยับควรรอให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้เคลื่อนย้าย 3.เมื่อสงสัยว่าทานสารพิษห้ามให้อาเจียน เด็กในวัยที่กำลังคว้าของเข้าปาก แล้วคุณไปไม่ทันเห็นว่าเด็กทานอะไรเข้าไปสิ่งที่ต้องทำคือการให้ลูกทานนมเพื่อเป็นการเจือจางสารพิษแล้วรีบพาเด็กไปหาหมอ และพยายามจดจำว่ามีสารพิษอะไรอยู่ในจุดที่ลูกหยิบบ้างเพื่อแจ้งแพทย์ผู้รักษา 4.ไม่ประคบร้อนเมื่อลูกบาดเจ็บ สิ่งที่ควรทำคือการประคบเย็นเพื่อให้เลือดหยุดเป็นการลดการเจ็บปวดของเด็ก เสร็จแล้วจึงค่อยประคบร้อนเพื่อเป็นการคลายเลือดที่คั่งให้สลายไปไม่ค้างใต้ผิวหนัง 5.อย่าล้วงคอหากมีของติดคอ เมื่อเด็กมีของติดคออาจเป็นลูกอมหรือเป็นสิ่งของกลมๆ ที่ลื่นหลุดลงคอ การที่คุณเอามือล้วงนอกจากจะไม่ออกยังอาจเป็นการทำอันตรายกับลูกอีกด้วยสิ่งที่ควรทำคือการจับเด็กก้มแล้วตบที่หลังเพื่อให้ของที่อุดอยู่หลุดออกมา ถ้าไม่สำเร็จต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นการช่วยให้ลูกคุณไม่เกิดอันตรายจากความเป็นห่วงของพ่อแม่ที่มักจะเกิดขึ้นได้สิ่งที่ควรต้องทำเป็นอย่างแรก คือคุณต้องตั้งสติ แล้วพาเด็กพบแพทย์หรือแจ้งแพทย์ถึงอาการที่เด็กเป็น เครดิตภาพ…

Continue Reading เตือนพ่อแม่ ลูกน้อยไม่สบาย ห้ามทำ 5 สิ่งนี้