คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรพลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
วันนี้เราจึงมีความรู้ดีๆในเรื่องคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรพลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะเป็นเมนูเสริมที่ทำได้ง่ายทำได้ไม่ยาก

คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรพลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

เป็นคุณแม่สารอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ที่จะต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารภาคต่างๆต้องมีการรับประทานอาหารเสริมเพื่อให้ลูกนั้นได้สารอาหารที่จำเป็น วันนี้เราจึงมีความรู้ดีๆในเรื่องคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรพลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะเป็นเมนูเสริมที่ทำได้ง่ายทำได้ไม่ยากไปดูกันได้เลยว่ามีอะไรบ้าง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ 1.อย่างแรกเลยเครื่องดื่มที่ทำได้ง่ายแสนง่ายเป็นเครื่องดื่มที่คุณไม่ควรพลาดนั้นก็คือน้ำส้มคั้นเพราะน้ำส้มคั่นนั้นทำมาจากผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ และวิตามินซีก็บอกเลยว่าวิตามินทั้งสองวิตามิน นี้มีส่วนช่วยในเรื่องและสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรคเป็นอย่างดีทีเดียว คลายร้องและในคุณแม่บางคนยังช่วยในเรื่องลดอาการคลื่นไส้อาเจียนจากการแพ้ท้องได้อีกด้วย 2.เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต่อมาก็คือน้ำมะนาว ต้องบอกเลยว่าน้ำมะนาว เป็นตัวช่วยให้คุณแม่ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนเป็นอย่างดีมาก เพราะน้ำมะนาวมีความเปรี้ยว สดชื่น วิตามินซีสูงมากและวิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ดีอีกด้วยและประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ให้แข็งแรงเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง หากใครที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนก็ให้บีบน้ำมะนาวสด 1 ช้อนแล้วค่อยๆ จิบน้ำมะนาวจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเพราะเลือดคุณแม่จะกลายเป็นด่างจากน้ำมะนาวที่จิบเข้าไปทำให้รู้สึกดีขึ้นมากๆ เลยที่เดียว 3.น้ำมะพร้าวช่วยคุณได้ บอกเลยว่าน้ำมะพร้าวก็เป็นเครื่องดื่มเสริมอีกอย่างหนึ่งที่มีสารอาหารมากมาย  ช่วยคุณแม่ให้คลายความร้อนในร่างกายดับกระหายได้เป็นอย่างดี และน้ำมะพร้าวยังเป็นน้ำที่มีน้ำตาลจากธรรมชาติมากอีกด้วยนั่นคือน้ำตาลฟรุกโตสเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ดังนั้นเมื่อคุณแม่ดื่มเข้าไปร่างกายก็สามารถดูดซึมน้ำตาลไปใช้ได้เลยทันที และยังช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ดีอีกด้วยถือว่าเป็นการป้องกันการเป็นโรคเป็นหวัดทำให้มีสุขภาพดีได้ 4.และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสุดท้ายที่เรานำมาฝากคือ น้ำองุ่น…

Continue Reading คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรพลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ตกแต่งโต๊ะอ่านหนังสือสไตล์มินิมอล จัดโต๊ะแบบง่าย ๆ ช่วยให้มีสมาธิ
สำหรับเจ้าของห้องที่ชื่นชอบความเรียบง่ายของสไตล์มินิมอล ต้องการแต่งห้องให้สวยด้วยตนเอง ขอแนะนำแนวทางการตกแต่งโต๊ะอ่านหนังสือที่ทำให้โต๊ะสวย

ตกแต่งโต๊ะอ่านหนังสือสไตล์มินิมอล จัดโต๊ะแบบง่าย ๆ ช่วยให้มีสมาธิ

            สำหรับวัยเรียนรวมถึงวัยทำงาน เป็นวัยที่ต้องมีการความเป็นส่วนตัวและพื้นที่เงียบสงบให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดพื้นที่ภายในบ้านและมีห้องสำหรับคนวัยเรียน วัยทำงาน เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับเจ้าของห้องที่ชื่นชอบความเรียบง่ายของสไตล์มินิมอล ต้องการแต่งห้องให้สวยด้วยตนเอง ขอแนะนำแนวทางการตกแต่งโต๊ะอ่านหนังสือที่ทำให้โต๊ะสวย ห้องสวย รวมถึงเพิ่มสมาธิในการเรียนและทำงานอีกด้วย             เริ่มกันที่การตกแต่งโต๊ะอ่านหนังสือ โต๊ะทำงานและห้องแบบเน้นสีขาว เพิ่มบอร์ดเอาไว้ติดข้อมูลต่าง ๆ เช่น ติดกระดาษโน้ตหรือ To - Do List สำหรับเตือนความจำ สิ่งที่ต้องทำ แปะปฏิทินประจำเดือนนั้น ๆ ติดตารางเวลาในการอ่านหนังสือหรือทำงาน เป็นต้น จะทำให้มีสมาธิอ่านหนังสือและทำงานอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น หรือที่นิยมเรียกกันว่า…

Continue Reading ตกแต่งโต๊ะอ่านหนังสือสไตล์มินิมอล จัดโต๊ะแบบง่าย ๆ ช่วยให้มีสมาธิ
สาระน่ารู้!!! คุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดเตรียมตัวอย่างไร?
เมื่อท้องแก่ใกล้คลอดก็ควรที่จะซื้อของและเตรียมตัวในการคลอดจะดีที่สุด สำหรับวันนี้เราได้นำเอาเกี่ยวกับวิธีการเตรียมของใช้เตรียมคลอด

สาระน่ารู้!!! คุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดเตรียมตัวอย่างไร?

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์เมื่อการตั้งครรภ์เดินมาถึงไตรมาสสุดท้ายสิ่งที่คุณแม่จะต้องเตรียมตัวนอกจากการคลอดก็ คือ ของใช้เตรียมคลอดที่จะต้องเตรียมตัวไปคลอดซึ่งจะต้องเตรียมให้พร้อม เนื่องจากหากเกิดเจ็บท้องคลอดขึ้นมากระทันหันคุณแม่จะไม่มีระยะเวลาในการเตรียมตัว เพราะฉะนั้นเมื่อท้องแก่ใกล้คลอดก็ควรที่จะซื้อของและเตรียมตัวในการคลอดจะดีที่สุด สำหรับวันนี้เราได้นำเอาเกี่ยวกับวิธีการเตรียมของใช้เตรียมคลอด รวมไปถึงวิธีการเตรียมตัวสำหรับการคลอดลูกมาฝากกันว่าแต่จะมีรายละเอียดข้อมูลอะไรที่น่าสนใจกันบ้างนั้นไปดูกันเลย วิธีการเตรียมตัวสำหรับคุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอด สัญญาณเตือนว่าพร้อมคลอดแล้ว ซึ่งอาการของคุณแม่แต่ละคนจะต่างกันไป บางคนอาจจะปวดหลังส่วนล่าง ร่วมกับปวดท้อง คล้ายปวดประจำเดือน หรืออาจจะมีมูกเลือด bloody show ไหลออกจากช่องคลอดเล็กน้อย (อาจมีสีออกชมพูหรือน้ำตาล) มีอาการมดลูกหดตัวนานและแรงขึ้น เมื่อมดลูกหดตัวบ่อยขึ้น ระยะห่างในการหดตัวน้อยลงเรื่อย ๆ สุดท้ายคือน้ำคร่ำแตก หากมีอาการร่วมกับมดลูกหดตัวแสดงว่า ทารกพร้อมจะคลอดแล้วเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม ฝึกควบคุมสติให้อยู่กับปัจจุบัน ช่วยลดอาการโรคซึมเศร้า ก่อนและหลังคลอด (ทำสมาธิวันละ 5…

Continue Reading สาระน่ารู้!!! คุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดเตรียมตัวอย่างไร?
ทำความรู้จักกับ “โรควิตกกังวล” โรคที่ไม่ไกลตัว
สำหรับวันนี้เราจึงอยากนำเอาข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรควิตกกังวลที่มีคนจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับอาการเช่นนี้อยู่

ทำความรู้จักกับ “โรควิตกกังวล” โรคที่ไม่ไกลตัว

สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันบวกกับระบบเศรษฐกิจที่มีความเงียบแย่ทำให้หลายคนเกิดความเครียดและเกิดความวิตกกังวลในชีวิตมากขึ้นแน่นอนว่ามันไม่ส่งผลดีกับชีวิตของเราเลย สำหรับวันนี้เราจึงอยากนำเอาข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรควิตกกังวลที่มีคนจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับอาการเช่นนี้อยู่ เพื่อที่จะให้ผู้อ่านได้ลองพิจารณาตัวเองว่าคุณเข้าข่ายเป็นโรควิตกกังวลหรือไม่ถ้าหากมีอาการตามรายละเอียดที่เราได้นำมาแนะนำกันนั้นก็ควรที่จะเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางในการรักษาว่าแต่โรควิตกกังวลนั้นจะมีรายละเอียดอะไรกันบ้างไปดูกันเลย โรควิตกกังวลคืออะไร ความวิตกกังวลเป็นอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากจิตใจในทางลบ ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งทางด้านทางกายและจิตใจ โดยหากมีความวิตกกังวลมากเกินไปอาจจะนำไปสู่การเป็นโรควิตกกังวล ซึ่งเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คน โรคนี้สามารถเกิดได้จากพันธุกรรมหรือสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัว โดยที่โรควิตกกังวลนั้นทำให้เกิดอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันได้ และหากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นอันตรายอย่างมาก ดังนั้นเราควรจัดการกับโรควิตกกังวลลด้วยวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมก็จะสามารถทำให้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้ โรควิตกกังวลนั้นมีหลายประเภท ได้แก่ โรควิตกกังวลทั่วไป คือ มีความวิตกกังวลเป็นเวลานานโดยอาจจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องในชีวิตประจำวันทั่ว ๆ ไป  อาจจะไม่เป็นอันตรายมากแต่ก็สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้โรคแพนิค เป็นอาการตื่นตระหนกตกใจหรือเกิดความกังวลต่อสิ่งรอบตัวโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาแม้ไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายก็ตามโรคย้ำคิดย้ำทำ เป็นความวิตกกังวลที่มีการคิดซ้ำ ๆ หรือพฤติกรรมการทำซ้ำ ๆ…

Continue Reading ทำความรู้จักกับ “โรควิตกกังวล” โรคที่ไม่ไกลตัว
จะมีลูกคนที่สองต้องรู้!! วิธีจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้อง
เนื่องจากต้องการเรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่นั้นเองแล้ววันนี้เราได้นำเอาวิธีการรับมือเมื่อลูกเกิดพฤติกรรมพี่อิจฉาน้องมาฝากกัน

จะมีลูกคนที่สองต้องรู้!! วิธีจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้อง

ในครอบครัวที่กำลังจะมีสมาชิกเพิ่มนั่นก็คือลูกคนที่ 2 แน่นอนว่าด้วยระยะห่างของอายุที่อาจมีไม่มากนักจะส่งผลให้พี่คนโตที่ยัง ไม่สามารถแยกแยะออกได้จะมีพฤติกรรมพี่อิจฉาน้อง ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นปัญหาทำให้คุณพ่อคุณแม่หนักใจไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากจะต้องใส่ใจในเรื่องของความรู้สึกของลูกคนโต และยังต้องดูแลและเลี้ยงดูลูกคนที่ 2 ไปด้วย แน่นอนว่าเมื่อคุณแม่หรือคุณพ่อให้ความสนใจและให้ความใส่ใจกับน้องมากเป็นพิเศษจะทำให้ลูกคนโตเริ่ม มีพฤติกรรมหรือนิสัยที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากต้องการเรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่นั้นเองแล้ววันนี้เราได้นำเอาวิธีการรับมือเมื่อลูกเกิดพฤติกรรมพี่อิจฉาน้องมาฝากกัน วิธีจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้อง คุณแม่สามารถจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้องนี้ตั้งแต่น้องอยู่ในท้องได้ ด้วยการแบ่งหน้าที่และสร้างความผูกพันให้กับลูกคนโต โดยการให้การตกลงแบ่งหน้าที่สำคัญให้กับลูกคนโต และบอกว่ามันเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่มากๆ ซึ่งลูกจะเห็นว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลน้องนั่นเองอธิบายให้ลูกคนโตให้เข้าใจว่าทำไมต้องอุ้มน้องหรือป้อนนมน้อง และบอกให้ลูกรู้ให้ได้ว่า “น้องอ่อนแอและไม่สามารถดูแลตัวเองได้ พวกเราจะต้องช่วยกันดูแลน้อง” ซึ่งลูกคนโตจะรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ตัวเองจะเป็นส่วนสำคัญในการดูแลน้องแก้ปัญหาพี่อิจฉาน้องได้ด้วยการตกลงกับเพื่อนๆหรือญาติว่า ห้ามพูดว่าแม่มีน้องแล้ว ไม่รักแล้ว หรือ หมาหัวเน่า ซึ่งคำพูดนี้จะทำให้ลูกคนโตไม่ชอบน้องและคิดว่าน้องมาแย่งความรัก ซึ่งหากลูกคนโตใครเข้าใจแบบนี้แล้ว ก็สามารถมีวิธีแก้คือ การปรับความเข้าใจใหม่…

Continue Reading จะมีลูกคนที่สองต้องรู้!! วิธีจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้อง
“การนวดหลังคลอด” คุณแม่มือใหม่ไม่ควรพลาด
สำหรับวันนี้เราได้นำเอาอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยบำบัดและผ่อนคลายความเครียดให้กับคุณแม่มาฝากกันนั่นก็คือ การนวดหลังคลอดว่าแต่จะมีอะไรที่น่าสนใจ

“การนวดหลังคลอด” คุณแม่มือใหม่ไม่ควรพลาด

ในการตั้งครรภ์บอกเลยว่าคุณแม่จะต้องใช้ร่างกายหนักอย่างมาก เนื่องจากจะต้องสร้างคนอีก 1 คนขึ้นมาซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว และเมื่อถึงเวลาที่ต้องคลอดลูกหลังคลอดคุณแม่จะรู้สึกเหนื่อยล้าและรู้สึกได้ถึงความเสื่อมโทรมของสภาพร่างกาย แน่นอนว่าทำให้คุณแม่หลายคนจิตตกกันไปตามๆกัน สำหรับวันนี้เราได้นำเอาอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยบำบัดและผ่อนคลายความเครียดให้กับคุณแม่มาฝากกันนั่นก็คือ การนวดหลังคลอด ว่าแต่จะมีอะไรที่น่าสนใจและการนวดหลังคลอดจะมีประโยชน์ต่อคุณแม่อย่างไรนั้นไปดูกันเลย สาระน่ารู้ของการนวดหลังคลอด การนวดหลังคลอดมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งนวดน้ำมันหอมระเหย นวดกดจุด นวดกดจุดเพื่อผ่อนคลายพังผืดและกล้ามเนื้อ นวดกดจุดสะท้อนเท้า นวดแผนไทย นวดแบบสวีดิช รวมถึงนวดแบบผสมผสาน การนวดที่บ้านสามารถจุดเทียนหอม หรือปรับแสงไฟให้สลัวๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายได้ ก่อนจะนวดน้ำมันหอมระเหยหรือนวดโลชั่นควรทดสอบอาการแพ้ก่อน และนักนวดบำบัดควรเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านการนวดระหว่างตั้งครรภ์และนวดหลังคลอด หากนวดไปแล้วรู้สึกไม่สบาย หรือรู้สึกเจ็บปวด อย่าฝืนให้แจ้งนักนวดบำบัดทันที การนวดหลังคลอดควรเริ่มเมื่อไหร่ถึงจะดี โดยปกติแล้วช่วงหลังคลอดคุณแม่สามารถนวดหลังคลอดได้ทันทีที่รู้สึกว่าร่างกายพร้อม หากมีภาวะคลอดยากหรือผ่าคลอดควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการนวดบางอย่างอาจไม่เหมะกับสภาวะของคุณแม่มากนัก…

Continue Reading “การนวดหลังคลอด” คุณแม่มือใหม่ไม่ควรพลาด
คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเลือก!! “คลอดธรรมชาติ” หรือ “ผ่าคลอด” แบบไหนดีกว่ากัน?
สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่กำลังสงสัยและกำลังลังเลว่าจะผ่าคลอดดีหรือจะคลอดแบบธรรมชาติดีเราไปดูข้อมูลรายละเอียดที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเลือก!! “คลอดธรรมชาติ” หรือ “ผ่าคลอด” แบบไหนดีกว่ากัน?

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายก็น่าจะเริ่มที่จะมีการคิดวิเคราะห์ได้แล้วว่าสะดวกที่จะคลอดธรรมชาติหรือว่าผ่าคลอด คุณแม่จะต้องตัดสินใจระหว่างสองวิธีนี้ว่าจะเลือกวิธีใด เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงนำเอาข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการคลอดธรรมชาติและการผ่าคลอดมาฝากกัน สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่กำลังสงสัยและกำลังลังเลว่าจะผ่าคลอดดีหรือจะคลอดแบบธรรมชาติดีเราไปดูข้อมูลรายละเอียดที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจกันได้เลย คุณแม่ตั้งครรภ์กับการคลอดธรรมชาติ การคลอดธรรมชาติเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยต่อคุณแม่และลูกค่อนข้างมาก และยังมีภาวะแทรกซ้อนหลังคลอดน้อยกว่าการคลอดแบบอื่น ๆ เป็นวิธีการคลอดที่เหมาะกับคุณแม่ที่มีสุขภาพปกติ ซึ่งการคลอดแบบธรรมชาติจะช่วยให้คุณแม่สามารถพักฟื้นเพียงแค่ 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังจากการคลอด ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดอาการปวดหลังจากคลอดและยังเสียเลือดน้อยกว่าการผ่าคลอด คุณแม่สามารถให้นมลูกได้ทันที  นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงของการเกิดความดันหลอดเลือดแดงปอดเรื้อรังและอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้และการคลอดธรรมชาติยังทำให้การคลอดในครั้งถัดไปทำได้ง่ายขึ้น แต่การคลอดแบบธรรมชาตินั้นจะเจ็บในระหว่างคลอดมากกว่าการผ่าคลอดและอาจจะเกิดภาวะขาดออกซิเจนกับทารกได้หากมีปัญหาในระหว่างการคลอด คุณแม่อาจจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือภาวะมดลูกหย่อนได้อีกด้วย คุณแม่ตั้งครรภ์กับการผ่าคลอด การผ่าคลอดเป็นวิธีการคลอดที่ทำเฉพาะกับคุณแม่ที่ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้ หรือมีข้อบ่งชี้ต่าง ๆ ทางการแพทย์ที่เห็นสมควรให้ผ่าคลอด ซึ่งการผ่าคลอดนี้คุณแม่สามารถกำหนดเวลาการคลอดได้อย่างชัดเจน ทำให้คุณแม่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า ในการผ่าคลอดนี้จะไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างคลอด ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะเลือดจางหลังคลอดและอาการแทรกซ้อนอื่น…

Continue Reading คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเลือก!! “คลอดธรรมชาติ” หรือ “ผ่าคลอด” แบบไหนดีกว่ากัน?
สังเกตให้ดี!! ลูกมีพฤติกรรม Over acting หรือไม่
Over acting ซึ่งหลายคนคิดว่ามันคือพฤติกรรมที่น่ากังวลหรือว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจตามธรรมชาติของลูกกันแน่วันนี้เรามีรายละเอียดที่

สังเกตให้ดี!! ลูกมีพฤติกรรม Over acting หรือไม่

สำหรับ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่กำลัง ต้องรับมือกับวิธีการเลี้ยงลูก แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่มีลูกคนแรกจะยังมีวิธีการเลี้ยงดูและวิธีการรับมือที่ค่อนข้าง ไม่พร้อมสักเท่าใดเนื่องจากยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ซึ่งอีกหนึ่งพฤติกรรมของเด็กที่หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดา แต่ในบางครั้งแล้วมันเป็นพฤติกรรมที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งวันนี้เราได้นำเอาข้อมูลที่น่าสนใจของ Over acting ซึ่งหลายคนคิดว่ามันคือพฤติกรรมที่น่ากังวลหรือว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจตามธรรมชาติของลูกกันแน่วันนี้เรามีรายละเอียดที่น่าสนใจของพฤติกรรม Over acting มาฝากกัน วิธีจัดการพฤติกรรม Over acting ให้ลูกแสดงออกมาได้ได้ดีขึ้น เด็กในช่วงวัย 1-3 ขวบ เป็นวัยที่เป็นวัยที่กำลังเรียนแบบพฤติกรรม ซึ่งผู้ใหญ่เองจะต้องพยายามปรับตัวให้เด็กเห็นแต่สิ่งที่ดี โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โมโห หรือการแสดงอารมณ์รุนแรง เด็กมักจะจำเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นสิ่งแวดล้อมรอบข้างของเด็ก จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เด็กเห็นด้วย เพราะยากมากที่เด็กจะสามารถรับฟังและวิเคราะห์สิ่งต่างๆเองได้ ผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดจะต้องทำให้เด็กเห็นเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย…

Continue Reading สังเกตให้ดี!! ลูกมีพฤติกรรม Over acting หรือไม่
ไม่ยากเลย!! วิธีการส่งเสริมพัฒนาการพูดให้กับลูก
วันนี้เราได้นำเอาอีกหนึ่งวิธีการส่งเสริมพัฒนาการพูดและเป็นการสร้างศักยภาพและพัฒนาการที่ดีให้กับลูกมาฝากกันว่าแต่จะมีวิธีอย่างไรบ้างนั้นลอง

ไม่ยากเลย!! วิธีการส่งเสริมพัฒนาการพูดให้กับลูก

การพูดการสื่อสารคือสิ่งสำคัญเนื่องจากการสื่อสารนั้นจะช่วยทำให้ผู้ที่เราต้องการสื่อสารด้วยเข้าใจในสิ่งที่เราพูดและสามารถทำตามในสิ่งที่เราต้องการได้โดยเฉพาะในวัยเด็กทารกที่ยังไม่มีความสามารถทางด้านการสื่อสารทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด และสังเกตพฤติกรรมความต้องการของลูกด้วยตัวเองในวัยที่เริ่มพูดจึงเป็นวัยที่สำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องมีการส่งเสริมการพูดให้กับลูก เนื่องจากเป็นการปูพื้นฐานที่ดีที่จะทำให้ลูกสามารถสื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่ได้นั่นเอง และวันนี้เราได้นำเอาอีกหนึ่งวิธีการส่งเสริมพัฒนาการพูดและเป็นการสร้างศักยภาพและพัฒนาการที่ดีให้กับลูกมาฝากกัน ว่าแต่จะมีวิธีอย่างไรบ้างนั้นลองไปดูกันเลย ส่งเสริมพัฒนาการพูดให้ลูกพูดได้เก่งขึ้นได้อย่างไร ประสบการณ์ในระหว่างวันเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะคุณสามารถถามลูกว่าวันนี้เราไปเจออะไรบ้าง ซึ่งการส่งเสริมนี้จะช่วยให้ลูกสามารถฝึกในการพูดโดยกรเล่าเรื่อง จากนั้นยังสามารถช่วยส่งเสริมให้ลูกมีจิตนาการได้อีกด้วยส่งเสริมพัฒนาการพูดด้วยการผลัดกันเล่าเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นนิทานเรื่องใดก็ตาม ซึ่งนิทานเรื่องนั้นคุณอาจจะอ่านให้ลูกฟังทุกวันก็ตาม แต่หากลูกสามารถเล่ามันก็มาได้ ไม่ว่าจะรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องก็ตาม นั้นหมายความว่าสมองของเขาสามารถได้รับการพัฒนาได้เยอะมากแล้วการคุยโทรศัพท์ เป็นสิ่งหนึ่งที่ลูกๆมักจะเห็นเราคุยอย่างแน่นอน แต่หากคุณลองให้ลูกเป็นคนคุยลูกๆก็จะมีความรู้สึกอยากจะพูดสิ่งต่างๆที่ได้เคยได้ยินมา แถมยังสามารถตอบโต้สื่อสารกับคนที่โทรมาได้อย่างแน่นอน เปิดโอกาสให้ลูกได้พูดบ้างเป็นการส่งเสริมพัฒนาการพูดที่ดี อย่างเช่นเมื่อคุณพ่อคุณแม่พูดคุยกัน คุณอาจจะหันมาถามและเปิดโอกาสให้ลูกได้พูดบ้าง จะช่วยให้ลูกสามารถพูดคุยสื่อสารได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้คำตอบที่ตรงกับคำถามก็ตามการถ่ายวีดีโอตอนที่ลูกร้องเพลง หรือพูดคุย คุณแม่สามารถเปิดให้ลูกดู ลูกจะรู้สึกสนุกสนานและอยากจะทำมันอีก ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะช่วยให้ลูกอยากจะทำในสิ่งที่เขาเคยทำสำเร็จมาแล้ว จะช่วยส่งเสริมในการพูดให้กับลูกๆได้ส่งเสริมพัฒนาการพูดที่ดีไม่ควรล้อเลียนคำพูดที่ลูกพูดไม่ชัด แต่คุณแม่ควรที่จะสอนลูกให้พูดชัดๆจะดีกว่า ถึงแม้จะต้องใช้ระยะเวลาบ้างก็ตาม …

Continue Reading ไม่ยากเลย!! วิธีการส่งเสริมพัฒนาการพูดให้กับลูก
เคล็ดไม่ลับ!! วิธีการสอนให้ลูกเลิกขวดนมแบบง่ายๆ
หลังขวบปีแรกวันนี้เราได้นำเอาวิธีและ ในการเลิกขวดนมมาแนะนำกันไปดูกันเลยว่าเราจะมีวิธีเลิกขวดนมลูกอย่างไรไม่ให้ เสียใจเสียน้ำตา

เคล็ดไม่ลับ!! วิธีการสอนให้ลูกเลิกขวดนมแบบง่ายๆ

การเลิกขวดนมเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้ความอดทนและมีความเข้มแข็งของจิตใจพอสมควรเนื่องจากในการเลิกขวดนมในระยะแรกลูกน้อยจะร้องงอแงอย่างมาก แต่คุณพ่อคุณแม่จะต้องมีความใจแข็งเพราะไม่เช่นนั้นการเลิกขวดนมจะไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งสาเหตุหลักที่เราต้องเลิกขวดนม ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพช่องปากและสุขภาพฟันที่ดีของลูกน้อยของเรานั่นเอง และระยะเวลาที่เหมาะสมในการเลิกขวดนมก็คือหลังขวบปีแรก และวันนี้เราได้นำเอาวิธีและ ในการเลิกขวดนมมาแนะนำกันไปดูกันเลยว่าเราจะมีวิธีเลิกขวดนมลูกอย่างไรไม่ให้ เสียใจเสียน้ำตา วิธีช่วยให้ลูกเลิกขวดนมได้ง่ายๆ ใช้ระยะเวลาเตือนก่อนจะเลิกขวดนม ซึ่งคุณแม่สามารถบอกลูกว่าเราจะไม่ใช้ขวดนมตั้งแต่ 1 สัปดาห์เป็นต้นไป จากนั้นเมื่อครบเวลากำหนดคุณแม่สามารถเลิกขวดนมให้ลูกก่อน 1 มื้อ โดยฝึกให้ลูกดื่มนมจากกล่องนมหหรือแก้วแทนหากลูกยังไม่ชินกับการใช้แก้ว การใช้น้ำผลไม้ใส่ในแก้วให้ลูกดื่มจนชินก่อน จะช่วยให้ลูกรู้ว่าภาชนะนี้ก็สามารถใส่นมดื่มได้เช่นกันเมื่อถึงเวลาเลิกขวดนมจริงๆ คุณแม่จะต้องห้ามให้ลูกเห็นขวดนมอีก เพราะลูกจะเกิดความอยากจะกินนมจากขวด เมื่อยังเห็นขวดนมอยู่ สำหรับเด็กที่ติดขวดเวลานอนกลางคืน คุณแม่จะต้องจัดการปัญหานี้โดยการหยุดมือดึกให้กับลูกให้ได้เสียก่อน จากนั้นก็ค่อยๆหยุดการให้นมลูกด้วยขวดของมื้ออื่นๆแทนแก้วหัดดื่มจะช่วยให้ลูกเลิกขวดนมได้เร็วขึ้น เพราะแก้วหัดดื่มจะมีลักษณะที่คล้ายกับขวดนม แต่ก็มีส่วนเหมือนกับแก้วน้ำทั่วไป การที่ให้ลูกดื่มนมจากแก้วหัดดื่มได้ นั้นหมายความว่าคุณสามารถทำให้ลูกเลิกขวดนมไป 80%…

Continue Reading เคล็ดไม่ลับ!! วิธีการสอนให้ลูกเลิกขวดนมแบบง่ายๆ