ลูกฟันเหยิน เกิดจากอะไร 5 ข้อนี้คือสาเหตุ
ได้ ปัญหาของฟันอย่างหนึ่งที่เกิดกับเด็ดหลายคนอยู่บ่อย ๆ นั่นก็คือ ลูกฟันเหยิน เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากฟันเหยินแน่นอน เพราะฉะนั้นคุณแม่จะต้องดูแลฟันของลูกให้ดี เพราะฟันเหยินมีสาเหตุการเกิดจากสิ่งต่อไปนี้

ลูกฟันเหยิน เกิดจากอะไร 5 ข้อนี้คือสาเหตุ

ฟันเป็นองค์ประกอบสำคัญของใบหน้า ซึ่งฟันของลูกน้อยนั้นเป็นเรื่องที่คุณพ่อ คุณแม่ ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะหากปล่อยให้ลูกมีสุขภาพฟันที่ไม่ดีอาจส่งผลเสียต่อตัวลูกในระยะยาวได้ ปัญหาของฟันอย่างหนึ่งที่เกิดกับเด็ดหลายคนอยู่บ่อย ๆ นั่นก็คือ ลูกฟันเหยิน เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากฟันเหยินแน่นอน เพราะฉะนั้นคุณแม่จะต้องดูแลฟันของลูกให้ดี เพราะฟันเหยินมีสาเหตุการเกิดจากสิ่งต่อไปนี้ 1.ลูกฟันเหยินเพราะ พฤติกรรมการดูดนิ้ว การดูดนิ้วเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับเด็กวัย  1 ขวบ และจะหายไปเองเมื่ออายุครบ 2-4 ขวบ หากลูกมีพฤติกรรมแบบนี้เป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลเสียต่อฟันทำให้ลูกฟันเหยิน ได้นั่นเอง 2.ลูกฟันเหยินเพราะพันธุกรรม ให้คุณลองสังเกตดูว่าคนในครอบครัวคุณมีใครฟันเหยินหรือไม่ หากปู่ ย่า ตา ยาย…

Continue Reading ลูกฟันเหยิน เกิดจากอะไร 5 ข้อนี้คือสาเหตุ
โรคขาโก่งในเด็ก เกิดจากอะไร และวิธีการรักษา
อีกหนึ่งโรคที่มักเกิดขึ้นกับเด็กขึ้นที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือ โรคขาโก่งในเด็ก เพราะโรคนี้เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติทางร่างกายที่อวัยวะส่วนขา ซึ่งโรคขาโก่งในเด็กนั้นมักพบกับเด็กในช่วงวัยหัดเดิน

โรคขาโก่งในเด็ก เกิดจากอะไร และวิธีการรักษา

อีกหนึ่งโรคที่มักเกิดขึ้นกับเด็กขึ้นที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือ โรคขาโก่งในเด็ก เพราะโรคนี้เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติทางร่างกายที่อวัยวะส่วนขา ซึ่งโรคขาโก่งในเด็กนั้นมักพบกับเด็กในช่วงวัยหัดเดิน ส่งผลเสียต่อร่างกายของเด็กอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว มาดูกันว่าโรคขาโก่งในเด็กนั้นเกิดจากอะไร แล้วมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง โรคขาโก่ง เกิดจากอะไร โรคขาโก่งในเด็กมีสาเหตุการเกิดจากสิ่งต่อไปนี้ 1.เกิดจากธรรมชาติ ขาโก่งที่เกิดจากธรรมชาติ เมื่อลูกเริ่มตั้งไข่คุณแม่ก็จะสังเกตเห็นความผิดปกติได้ทันที เพราะขาทั้งสองข้างจะไม่ตรงแต่จะมีลักษณะโก่งงอนั่นก็เพราะว่าตอนอยู่ในท้องขาของลูกมีการคดงออยู่แล้ว 2.ขาโก่งที่เกิดจากโรค จะสังเกตเห็นได้ชัดเมื่อลูกอายุครบ  3 ขวบ แล้วยังมีลักษณะขาที่โก่งงออยู่ ซึ่งอาจมีสาเหตุการณ์เกิดมาจากความผิดปกติของกระดูก หรือข้อต่อ รวมทั้งโรคต่าง ๆ ด้วยเช่น โรคกระดูกอ่อน วิธีการรักษา โรคขาโก่ง สำหรับวิธีการรักษาเมือลูกขาโก่ง ก็สามารถทำได้หลายวิธีดังต่อไปนี้ 1.สวมใส่ชุดอุปกรณ์ช่วยดามขาจากคุณหมอ…

Continue Reading โรคขาโก่งในเด็ก เกิดจากอะไร และวิธีการรักษา
เพราะอะไร ลูกคนกลาง จึงมักจะแข็งแกร่งที่สุด
ใครที่มีลูกสามคน เคยได้ลองสังเกตดูหรือไม่ว่าลูกคนกลางมักจะเป็นเด็กที่แลดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าพี่คนโต เพราะเขามีความแข็งแกร่งมากที่สุดนั่นเอง เพราะอะไรมาดูกัน

เพราะอะไร ลูกคนกลาง จึงมักจะแข็งแกร่งที่สุด

ใครที่มีลูกสามคน เคยได้ลองสังเกตดูหรือไม่ว่าลูกคนกลางมักจะเป็นเด็กที่แลดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าพี่คนโต และจะไม่ค่อยงอแงเท่าน้องคนเล็ก ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าเขามีความแข็งแกร่งมากที่สุดนั่นเอง ว่าแต่เป็นเพราะอะไรมาดูกันเลย เครดิตภาพ elcomercio ลูกคนกลาง ต้องแบ่งปันเสมอ การเป็นลูกคนกลางในครอบครัวนั้นอีกเป็นน้องที่อายุห่างจากพี่ไม่เท่าไหร่เวลาที่มีของเล่นหรือเสื้อผ้า รองเท้า เมื่อพี่โตขึ้นจนใส่ไม่ได้สุดท้ายก็ต้องส่งต่อมาให้เราและเมื่อถึงเวลาที่ลูกคนกลางโตขึ้นจนใส่ไม่ได้ก็ต้องส่งต่อให้น้องคนเล็ก ดังนั้นการที่จะมีอะไรเป็นของตายตัวของตัวเองนั้นก็เป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็เป็นข้อดีที่ทำให้เขามีความแข็งแกร่ง ไม่งอแงและรู้จักแบ่งปันนั่นเอง ลูกคนกลาง ชินกับการไม่ถูกชม พี่คนโตนับว่าเป็นความภูมิใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ส่วนน้องเล็กก็ยังเด็กนักคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรลูกคนกลางก็มักจะไม่ได้รับคำชมเท่าคนพี่ทั้งที่ทำงานได้ดีเหมือนๆ กัน จึงทำให้ลูกคนกลางชินชากับการที่พ่อแม่ไม่ได้ชมอยู่แล้ว ซึ่งก็ส่งผลให้เขาเป็นเด็กที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพี่น้อง เครดิตภาพ mthai ลูกคนกลาง มักถูกเปรียบเทียบเป็นประจำ เมื่อมีลูกสามคนคนเป็นพ่อเป็นแม่ ก็จะมีการวางความรับผิดชอบให้กับลูกอยู่ในใจดังนั้นหน้าที่ความรับผิดชอบส่วนใหญ่ก็จะไปตกอยู่ที่พี่คนโต ดังนั้นลูกคนกลางก็จะถูกเปรียบเทียบในเรื่องต่างๆ กับพี่น้องเป็นประจำอยู่แล้วเพียงแต่ลูกคนกลางจะมีการปรับตัวได้ดีกว่าสองคนที่เหลือเป็นอย่างมาก…

Continue Reading เพราะอะไร ลูกคนกลาง จึงมักจะแข็งแกร่งที่สุด
พัฒนาการของเด็กทารกในวัย 3 เดือน
เวลาผ่านไปไวเหลือเกิน เผลอแปบเดียวลูกอายุ 3 เดือนแล้ว เลี้ยงเด็กทารกแรกเกิดสำหรับพ่อแม่ใหม่ คงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก แต่เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดเลย

พัฒนาการของเด็กทารกในวัย 3 เดือน

เวลาผ่านไปไวเหลือเกิน เผลอแปบเดียวลูกอายุ 3 เดือนแล้ว ยังรู้สึกเมื่อลูกเพิ่งคลอดเมื่อไม่นานมานี้เอง คงเป็นเพราะในช่วงสองเดือนแรกหลังจากลูกน้อยเกิดมา ทั้งคุณแม่และคุณพ่อคงจะวุ่น กับการเลี้ยงดูทารกแรกเกิดแน่นอน จึงทำให้ลืมวันลืมคืนกันเลยทีเดียว เลี้ยงเด็กทารกแรกเกิดสำหรับพ่อแม่ใหม่ คงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักใช่ไหมล่ะ แต่เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดเลยก็ว่าได้ ในช่วงวัย 3 เดือนนี้ เด็กจะให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น เริ่มจำหน้าตาและเสียงของพ่อและแม่ได้ เห็นหน้าพ่อกับแม่ทีไร อดส่งยิ้มให้ไม่ได้ทุกที พ่อและแม่ควรที่จะเรียนรู้ พัฒนาการเหล่านี้ไปกับลูกน้อยด้วย เพื่อที่เราจะได้มีความเข้าใจ ถึงสิ่งที่ลูกน้อยพยายามที่จะสื่อสารกับเรา จะมีพัฒนาการอะไรบ้าง ไปติดตามกัน การพัฒนาทางด้านร่างกาย เริ่มรู้จักการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายเริ่มหัดพลิกคว่ำ และชันคอเริ่มส่งเสียงพูดโต้ตอบชอบเอามือเข้าปากการมองเห็นที่เริ่มชัดเจนมากขึ้น ลูกอาจจะเริ่มตัวสูงขึ้นและผอมบางลง ซึ่งนั่นไม่ใช่ว่าลูกได้รับสารอาหารจากน้ำนมแม่ที่ไม่เพียงพอ…

Continue Reading พัฒนาการของเด็กทารกในวัย 3 เดือน
ข้อดีของการ พาลูกไปฝึกว่ายน้ำ
ข้อดีของการ พาลูกไปฝึกว่ายน้ำ

ข้อดีของการ พาลูกไปฝึกว่ายน้ำ

คุณแม่รู้ไหมว่า การพาลูกไปฝึกว่ายน้ำนั้นมีข้อดีมากกว่าที่คิด ซึ่งจะมีข้อดีอย่างไรบ้างนั้น วันนี้เราก็ได้รวบรวมมาบอกคุณแม่กันแล้ว ดังนั้นไปดูกันเลย 1.ได้ออกกำลังกล้ามเนื้อ แน่นอนว่าการว่ายน้ำต้องใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอยู่แล้ว ขนาดผู้ใหญ่ยังเหนื่อย ดังนั้นการว่ายน้ำจึงช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนากล้ามเนื้ออย่างเต็มที่ และยังเป็นการออกกำลังในแบบที่ไม่ต้องมีอะไรมากดทับ ซึ่งในการวิ่งหรือการกระโดดยังต้องมีแรงกระแทกแต่การว่ายน้ำนั้นจะตัดปัญหานี้ได้อย่างสิ้นเชิง  2.ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง การว่ายน้ำต้องมีการกลั้นหายใจ และยังได้ใช้ร่างกายทุกสัดส่วนในการว่ายน้ำอีกด้วย จึงทำให้กล้ามเนื้อปอดไปยันหัวใจได้ทำงานอย่างเต็มที่จึงทำให้มีความแข็งแรงมากขึ้น 3.ผ่อนคลาย ในขณะที่อากาศร้อนๆ การได้ลงน้ำนับว่าเป็นการช่วยให้ผ่อนคลาย และแน่นอนอยู่แล้วว่าเด็กๆ กับการลงน้ำเป็นของคู่กัน  อีกทั้งการว่ายน้ำยังทำให้เด็กๆ นอนหลับได้สนิท มากขึ้นอีกด้วย 4.ลดอาการหอบหืด การให้ลูกได้ว่ายน้ำบ่อยๆ จะช่วยลดอาการหอบหืดได้เป็นอย่างดี เพราะจะทำให้ปอดแข็งแรงนั่นเอง ดังนั้นมาฝึกลูกว่ายน้ำ เพื่อลดการเกิดหอบหืดในลูกน้อยกันดีกว่า 5.ลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองเมื่อจมน้ำได้…

Continue Reading ข้อดีของการ พาลูกไปฝึกว่ายน้ำ
5 ของใช้ในบ้าน ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก
บางครั้งก็ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นของเล่นแพงๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแค่ใช้ของในบ้านบางอย่างก็สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ ซึ่งมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

5 ของใช้ในบ้าน ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก

ของเล่นที่ใช้กระตุ้นพัฒนาการบางครั้งก็ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นของเล่นแพงๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแค่ใช้ของในบ้านบางอย่างก็สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ ซึ่งมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย 1.ตะกร้าใส่ของ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก ตะกร้าบางแบบจะมีสายยาวหรือคุณพ่อคุณแม่อาจทำสายให้กับลูกเพื่อใช้ในการเดินหยิบของใส่ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ หรือใบไม้ แม้กระทั่งเปลือกต้นไม้ต่างๆ ทำให้ลูกได้เล่นและได้เรียนรู้จากการคอยถามผู้ปกครองว่าอันนี้คืออะไร และยังช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กของลูกได้พัฒนามากขึ้นอีกด้วย 2.ผ้าขนหนูสุดมหัศจรรย์ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก ใครจะทราบว่าแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวสามารถเป็นได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชุดสวย ผมยาว หรือผ้าคลุมฮีโร่ ช่วยให้ลูกมีการพัฒนาด้านการทรงจำหรือส่งเสริมจิตนาการของลูกได้ด้วย 3.กล่องเปล่า ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก อาจเป็นกล่องที่น่ารักสักนิดเพื่อเป็นการดึงดูดลูกน้อย ให้เขาได้หยิบของเข้าๆ ออกๆ และยังทำให้เขาได้รู้จักการเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบได้อีกด้วย หรือลูกอาจใช้เป็นของใช้ส่วนตัวจนกลายเป็นของรักของหวงเลยก็ได้ 4.ตะกร้าผ้า ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก ตะกร้าผ้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เด็กและคุณพ่อ ส่วนใหญ่จะเป็นคุณพ่อมากกว่าเพราะเด็กจะชอบให้คุณพ่อคอยเข็นหรือยกเล่นเหมือนที่บางคลิปคุณพ่อจะใช้ตะกร้าแทนรถไฟเหาะแล้วทำจังหวะให้เหมือนลูกได้นั่งรถไฟ เด็กก็จะรู้สึกสนุกสนานไปด้วย 5.โซฟา…

Continue Reading 5 ของใช้ในบ้าน ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก
5 เคล็ดลับ ให้ลูกนอนหลับตลอดคืน ไม่ตื่นมางอแงบ่อย
5 เคล็ดลับ ให้ลูกหลับตลอดคืน ไม่ตื่นมางอแงบ่อย

5 เคล็ดลับ ให้ลูกนอนหลับตลอดคืน ไม่ตื่นมางอแงบ่อย

เด็กแรกเกิดจะมีช่วงเวลาการนอนหลับที่ค่อนข้างยาว และในตอนกลางคืนคุณแม่หลายคนก็คงได้เจอว่าลูกของคุณชอบตื่นมางอแงหรือร้องตอนกลางคืนเป็นประจำ วันนี้เรามีเทคนิคที่จะช่วยให้ลูกนอนหลับไม่ตื่นมางอแงมาแนะนำกัน โดยมี 5 วิธีดังนี้ 1.เคล็ดลับใช้เสียงดนตรีกล่อม ห้องที่เด็กนอนต้องไม่มีสิ่งเร้าอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงโทรทัศน์หรือเสียงมือถือเพราะจะทำให้การนอนหลับของเด็กถูกขัดขวาง และคุณควรหาลำโพงดีๆ เปิดเสียงจากธรรมชาติที่ช่วยให้ผ่อนคลายหรือในยูทูปเองก็จะมีเพลงกล่อมเด็ก สำหรับคุณแม่ได้เปิดให้ลูกๆ ฟังในช่วงนอน 2.เคล็ดลับการใช้ผ้าห่อตัวลูก ก่อนที่คุณแม่จะพาเด็กเข้านอน ให้ใช้ผ้าอุ่นๆ หรือผ้าที่มีความหนาพอดี ห่อตัวลูก ประมาณ 2 – 3 ชั้น ตามความหนาของผ้า อย่ารัดจนแน่นหรือพันหลวมจนเกินไปแล้วค่อยนำลูกไปวางที่เตียงของเด็ก จะทำให้เด็กมีความรู้สึกเหมือนโดนกอดอยู่ตลอดเวลาทำให้รู้สึกสงบและนอนหลับสบายขึ้น 3.เคล็ดลับการปรับตารางเวลา เด็กเล็กๆ จะยังไม่สามารถกำหนดเวลาตัวเองได้ว่าหนึ่งต้องทำอะไรดังนั้นคุณแม่เองก็ต้องเป็นตารางเวลาให้ลูกหัดให้ลูกทานข้าว ขับถ่าย …

Continue Reading 5 เคล็ดลับ ให้ลูกนอนหลับตลอดคืน ไม่ตื่นมางอแงบ่อย
วิธีสังเกตพฤติกรรม ลูกน้อยอาจกำลังมีความเครียด
วิธีสังเกต ลูกน้อยอาจกำลังเครียด

วิธีสังเกตพฤติกรรม ลูกน้อยอาจกำลังมีความเครียด

เด็กๆ นั้นจริงแล้วก็มีความเครียดเช่นกัน ไม่ใช่เพียงแต่ผู้ใหญ่ แต่การแสดงออกของเขาอาจไม่เป็นที่สะดุดตาสักเท่าไหร่ดังนั้นเราจึงมีวิธีสังเกตว่าลูกน้อยกำลังเครียดอยู่หรือไม่ มาบอกให้คุณพ่อคุณแม่ได้รู้กันดังนี้ 1.พฤติกรรมลูกร้องงอแง ไม่ยอมไปโรงเรียน การที่ลูกมีพฤติกรรมร้องงอแงไม่ยอมไปโรงเรียน ทั้งปลอบทั้งขู่จนสุดท้ายต้องอุ้มขึ้นรถไปทั้งอย่างนั้น ความจริงแล้วนั่นอาจจะเป็นเพราะลูกกำลังเครียด แต่ไม่สามารถบอกให้พ่อแม่รู้ได้นั่นเอง 2.มีพฤติกรรมดูดนิ้ว ดึงผม หรือมีการถูจมูกบ่อยๆ เมื่อลูกชอบดูดนิ้ว ดึงผมหรือถูจมูกบ่อยๆ ก็อาจบ่งบอกว่าเขากำลังเครียดได้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าลูกเริ่มมีการดูดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นตอนรู้สึกตัวหรือตอนนอนหลับ คุณต้องเข้าใจว่านั้นไม่ใช่พฤติกรรมปกติ แต่เกิดจากความเครียดของเขา 3.พฤติกรรมชอบเล่นคนเดียว ความเครียดของเด็กบางคนเกิดจากการถูกเพื่อนแกล้ง แล้วไม่สามารถปรับตัวได้ เด็กจึงเลือกที่จะอยู่คนเดียว เวลาให้เล่นก็เลือกจะนั่งเล่นเงียบๆ คนเดียว ไม่สดในร่าเริงเท่าเด็กในวัยเดียวกัน อย่างไรก็ตามอาการนี้อาจก้ำกึ่งกับเด็กที่เป็นออทิสติก ดังนั้นต้องสังเกตให้ดีว่าลูกเครียดหรือมีความผิดปกติทางสมองกันแน่…

Continue Reading วิธีสังเกตพฤติกรรม ลูกน้อยอาจกำลังมีความเครียด
วิธีการรับมือเบื้องต้น เมื่อมีของติดคอลูกน้อย
วิธีการรับมือเบื้องต้น เมื่อมีของติดคอลูกน้อย

วิธีการรับมือเบื้องต้น เมื่อมีของติดคอลูกน้อย

เด็กเล็กๆ ในช่วงหัดหยิบจับสิ่งของเมื่อหยิบอะไรได้ก็จะเอาเข้าปาก ซึ่งบางอย่างอาจลื่นหลุดเข้าไปติดคอของเด็กทำให้เกิดอันตรายได้ วันนี้เรามีวิธีการรับมือมาให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้นำไปใช้กัน โดยมีวิธีไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย 1.กรณีสิ่งที่ติดคอลูกไม่รุนแรง หากลูกยังสามารถพูดบอกได้ว่ามีบางอย่างติดคอ แสดงว่าเป็นอาการไม่ร้ายแรงแต่ก็ละเลยไม่ได้ คุณต้องให้เด็กไอเอาสิ่งนั้นออกมา แต่หากไอแล้วแต่ไม่ออกต้องรีบนำตัวลูกส่งโรงพยาบาลทันที 2.มีสิ่งของติดคอลูก อุดตันจนเด็กเริ่มหายใจลำบากพูดไม่ได้ -กรณีเด็กอายุไม่ถึง 1 ปี ให้ผู้ปกครองนั่งคุกเข่าจับเด็กนอนคว่ำบนขา กดศีรษะให้ต่ำกว่าลำตัวจับขากรรไกรพร้อมประคองคอ ใช้สันมือตบบริเวณสะบักไหล่ 5 ครั้งต้องตบให้แรง แล้วจับเด็กนอนหงายใช้นิ้วมือสองนิ้วกดกึ่งกลางลำตัวห่างจากหัวนมเด็กเล็กน้อย กดแรงๆ 5 ครั้ง ต้องทำจนกว่าเด็กจะร้องออกมาหรือสามารถพูดได้ถึงค่อยหยุด -เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ผู้ปกครองต้องเข้าด้านหลังเด็กไม่ว่าจะเป็นท่านั่งหรือยืน กำมือข้างไหนก็ได้แล้วใช้มือที่กำวางไว้เหนือสะดือใต้ลิ้นปี่แล้วเอามืออีกข้างกำเอาไว้…

Continue Reading วิธีการรับมือเบื้องต้น เมื่อมีของติดคอลูกน้อย
5 แอพฯ ดีๆ สำหรับคนท้อง โหลดเลย
5 แอพฯ ดีๆ สำหรับคนท้อง โหลดเลย

5 แอพฯ ดีๆ สำหรับคนท้อง โหลดเลย

วันนี้เราจะนำแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจและสามารถช่วยให้ความรู้กับคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝาก ซึ่งแอพต่อไปนี้มีประโยชน์ต่อคุณแม่มาก มีแอพอะไรและน่าสนใจอย่างไรบ้างมาดูกันเลย 1.Pregnancy & Baby What to Expect  แอพนี้เป็นแอพที่ได้รับความนิยมจากคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นจำนวนมาก เพราะได้มีรวบรวมข้อมูลและความรู้สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลให้ความรู้ตั้งแต่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ การตรวจความผิดปกติของทารกในครรภ์ การเตรียมตัวก่อนคลอด และอื่นๆอีกมากมาย 2.Pregnancy + เป็นแอพที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์เพื่อให้คุณแม่ได้นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็จะมีเรื่อง การกินอาหาร คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์ รวมถึงการออกกำลังกาย ที่สำคัญแอพนี้จะช่วยให้คุณแม่ได้เห็นภาพ 3 มิติของลูกน้อยอีกด้วย 3.I’m Expecting แอพนี้เป็นแอพที่ทำขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ โดยจะมีการรวบรวมเคล็ดลับต่างๆไว้ในนี้อย่างครบถ้วน…

Continue Reading 5 แอพฯ ดีๆ สำหรับคนท้อง โหลดเลย