ดื่มกาแฟได้ไหม ถ้าให้นมลูกอยู่ จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยหรือไม่
ดื่มกาแฟได้ไหม-ถ้าให้นมลูกอยู่-จะส่งผลเสีย ข้อมูลและทริคที่คุณแม่บ้าน แม่บ้านยุคใหม่ควรรู้

ดื่มกาแฟได้ไหม ถ้าให้นมลูกอยู่ จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยหรือไม่

สำหรับคุณแม่ที่กำลังสงสัยว่า ให้นมลูกอยู่จะดื่มกาแฟได้ไหม และมีผลเสียต่อลูกน้อยหรือไม่ วันนี้เราก็มีคำตอบมาให้คุณแม่ ได้ทำความเข้าใจกันแล้ว ซึ่งจะดื่มได้หรือไม่นั้นไปดูกันเลย ให้นมลูก ดื่มกาแฟได้ไหม ต้องบอกก่อนเลยว่าอาหารที่แม่กินทุกอย่าง จะส่งผ่านไปถึงลูกน้อยได้ผ่านทางน้ำนมแม่ ดังนั้นการที่แม่ดื่มกาแฟ ลูกน้อยก็จะได้รับสารคาเฟอีนและสารต่างๆ ที่มีในกาแฟเช่นกัน จึงไม่แนะนำให้คุณแม่ที่ให้นมลูกดื่มกาแฟ เพราะจะส่งผลเสียต่อลูกน้อยได้ แต่ถ้าไม่สามารถหยุดดื่มได้จริงๆ ก็แนะนำให้ดื่มได้แค่วันละ 1 แก้วเท่านั้น และถ้าให้ดีควรเว้นช่วงให้นมลูกหลังดื่มกาแฟประมาณ 2-3 ชั่วโมงจะดีที่สุด กาแฟมีผลเสียต่อลูกน้อยอย่างไร เรามาดูกันว่า การที่คุณแม่ดื่มกาแฟในปริมาณมากขณะให้นมลูกนั้น จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยอย่างไรบ้าง 1.พัฒนาการช้า เนื่องจากสารคาเฟอีนในกาแฟ จะทำลายเซลล์สมองของลูก ส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการทางด้านสมองที่ช้ากว่าปกติ…

Continue Reading
อย่าพึ่งกังวล 5 อาการนี้ เป็นอาการปกติที่คนท้องต้องเจอ
อย่าพึ่งกังวล-5-อาการนี้-เป็นอาการปกติที่ค

อย่าพึ่งกังวล 5 อาการนี้ เป็นอาการปกติที่คนท้องต้องเจอ

เป็นเรื่องปกติที่คนท้องจะมีอาการแปลกๆ ไม่เพียงแต่อาการแพ้ท้องเท่านั้น ซึ่งคุณแม่มือใหม่อาจจะรู้สึกกังวลว่าอาการที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นอันตรายหรือเปล่า ดังนั้นเราจึงรวบรวม 5 อาการที่คนท้องต้องเจอเป็นเรื่องปกติมาบอกกัน เพื่อที่คุณแม่จะได้คลายความกังวลมากขึ้นนั่นเอง 1.ปวดหน่วงบริเวณท้องน้อย ช่วงตั้งครรภ์โดยเฉพาะไตรมาสแรก คุณแม่จะมีอาการปวดหน่วงได้เป็นปกติ เนื่องจากมดลูกกำลังขยายตัว ซึ่งหากไม่มีอาการผิดปกติอื่นใดก็ไม่ต้องกังวล เว้นแต่คุณแม่จะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หรือมีเลือดออกร่วมด้วย แบบนี้ก็ควรรีบไปหาหมอโดยด่วน เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะแท้งคุกคาม หรือความผิดปกติอื่นๆ นั่นเอง 2.หายใจลำบาก โดยส่วนมากอาการหายใจลำบาก จะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 3 เนื่องจากมดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจึงไปเบียดกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย และกระบังลมที่เลื่อนสูงขึ้นจากเดิม จึงทำให้มีอาการหายใจลำบาก โดยเฉพาะเวลานอน ซึ่งขอแนะนำให้นอนท่าตะแคง จะช่วยให้หายใจสะดวกมากขึ้น 3.ปัสสาวะบ่อย…

Continue Reading
แข็งอกแข็งใจส่งลูกไปโรงเรียนวันแรก
แข็งอกแข็งใจส่งลูกไปโรงเรียนวันแรก

แข็งอกแข็งใจส่งลูกไปโรงเรียนวันแรก

การส่งลูกไปโรงเรียนในวันแรกไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะการ ลากันที่หน้าห้องเรียนของแม่กับลูกเป็นฉากอารมณ์ที่มักจะต้องมีการ เสียน้ำตา (อย่างน้อยก็แม่ละที่มักจะน้ำตาคลอทั้งที่บอกกับตัวเอง จะต้องใจแข็งไม่ร้องไห้)    ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเคยแอบวาดฝันไว้ว่า คราวนี้ละจะช้อปปิ้งอย่าง เป็นอิสระ สบายตัว ไม่ต้องมามัวห่วงจับลูก แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็พบ ว่าความคิดถึงและความเป็นห่วงลูกมีไม่น้อยเลย จากที่เคยคิดว่า ถ้า ส่งลูกแล้วคงจะดีอกดีใจ และถือโอกาสไปเยือนแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยม อย่างเป็นอิสระ แต่สุดท้ายกลับยืนอึ้งอยู่หน้าโรงเรียน ไม่กล้าไปไหน ไกลเพราะไม่รู้ว่าลูกจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่จะมัวยืนซึมน้ำตาไหลคง ไม่ดีแน่ เพราะเคยได้ยินผู้เชี่ยวชาญด้านปฐมวัยหลายท่านแนะนำว่า เด็กมักจะซึมซับพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ถ้าแม่มีท่าทีอาลัยอาวรณ์หรือ ลังเล…

Continue Reading
ปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านได้ตั้งแต่เล็ก ด้วยวิธีง่ายๆ
ปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านได้ตั้งแต่เล็ก

ปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านได้ตั้งแต่เล็ก ด้วยวิธีง่ายๆ

การที่เด็กคนหนึ่งอ่านหนังสือเยอะๆ ยังไงซะเขาจะได้เปรียบกว่าคนอื่นอยู่แล้วค่ะ ดังนั้นเราจึงมีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยปลูกฝังให้ลูกน้อยของเรารักการอ่าน ทำตามได้ไม่ยากตามนี้เลยค่ะ นอกจากการดูแลให้ลูกน้อยได้มีสุขภาพอนามัยที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดเพื่อให้ ลูกเป็นเด็กฉลาด สมองดี และมีการเรียนรู้ดีเยี่ยมคือ การปลูกฝังการรักการอ่าน เพราะการอ่าน จะส่งผลให้ลูกน้อยรอบรู้และประสบความสำเร็จในอนาคตได้ ดังนั้นหากต้องการให้เจ้าตัวน้อยรักการอ่าน ลองทำตามสเต็ปง่ายๆดังนี้ เริ่มอ่านให้ลูกฟังตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้อง สเต็ปเริ่มต้นสำคัญคือ คุณแม่ควรอ่านหนังสือนิทาน บอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้ลูกได้ยินเสี่ยงและเรียนรู้ตั้งแต่ลูกน้อยอยู่ในท้องเพราะถือเป็นก้าวแรกแห่งการพัฒนาสมองเลยทีเดียว อ่านให้ฟังตั้งแต่ยังเล็กหากไม่อ่านตั้งแต่ตอนท้องก็สร้างนิสัยรักการอ่านได้ตั้งแต่แรกเกิด เพราะแม้จะเป็นทารกน้อย แต่คุณแม่ก็อ่านหนังสือให้ลูกฟังได้ เพราะจะทำให้ลูกเรียนรู้ มีพัฒนาการทั้งสมอง การฟังสายตา ได้รับความอบอุ่น แถมยังได้เห็นสิ่งที่คุณแม่ต้องการปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็ก เกิดเป็นความเคยชินและจดจำได้ยาวนาน เลือกหนังสือที่ลูกชอบ เมื่อลูกรักโตขึ้น…

Continue Reading
การอ่าน ช่วยลูกน้อยได้ตั้งแต่ในครรภ์
การอ่าน ช่วยลูกน้อยได้ตั้งแต่ในครรภ์

การอ่าน ช่วยลูกน้อยได้ตั้งแต่ในครรภ์

คุณแม่สามารถสื่อสารกับลูกน้อยในครรภ์ได้ผ่านการอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟัง ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นการกระตุ้นพัฒนาการการได้ยินของลูกในท้องได้อย่างหนึ่ง ทั้งนี้ขณะที่อยู่ในครรภ์ลูกจะสามารถเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้ผ่านการฟังเสียง หากคุณพ่อคุณแม่คอยพูดคุยหรืออ่นนิทานให้ลูกฟังบ่อยๆ นอกจากจะทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยกระตุ้นระบบประสาทที่ควบคุมการได้ยินให้มีพัฒนาการที่ดีเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพัฒนาการในการได้ยิน การสื่อสาร การพูด และด้านภาษาหลังคลอดอีกด้วย ทั้งนี้หูของทารกในครภ์จะเริ่มสร้างเมื่อมีอายุครรภ์ได้ 18 สัปดาห์ และสมบูรณ์เมื่ออายุครรภ์ได้ 24-26สัปดาห์ แต่เสียงที่ได้ยินจะเป็นเสียงที่ไม่ชัดเจน เช่น เสียงหัวใจเต้นและเสียงการเคลื่อนไหวที่อยู่ในร่างกายคุณแม่นั่นเอง ฉะนั้นจึงควรเพิ่มเสียงของคุณแม่เข้าไปด้วย เพราะเสียงของคุณแม่มีแหล่งกำเนิดมาจากกล่องเสียงที่คอซึ่งอยู่ในร่างกายของคุณแม่ ดังนั้นหากคุณแม่พูดคุยกับลูกในท้องบ่อยๆหรืออำนนิทานด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย อย่างน้อยที่สุดลูกในท้องก็จะรับรู้ว่าคุณแม่กำลังอารมณ์ดียู่ และสิ่งนี้จะส่งผลให้ลูกในท้องรู้สึกทั้งนี้คุณพ่อก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้ด้วยนะคะ เพราะจะยิ่งช่วยทำให้บรยากาศในการเล่านิทานสนุกสนาน ฝากขั้นต่ำ 50 บาท

Continue Reading
อยากให้ลูกฉลาด ต้องให้ลูกอ่านเยอะๆ
อยากให้ลูกฉลาด ต้องให้ลูกอ่านเยอะๆ

อยากให้ลูกฉลาด ต้องให้ลูกอ่านเยอะๆ

การอ่านช่วยพัฒนาการสื่อสารและภาษาในเด็กเล็ก ขณะที่พ่อแม่อนหนังสือให้ฟัง ลูกน้อยจะได้ยินเสียง ตาก็เห็นภาพและตัวหนังสือ สิ่งนี้เองที่เชื่อมโยงและทำให้เกิดการเรียนรู้ทางภาษา เมื่อพัฒนาการด้านภาษาดีแล้ว ก็จะส่งผลให้การเรียนรู้ในอนาคตดีขึ้นเช่นกัน การเรียนรู้ของเด็กจะเร็วขึ้นเนื่องจากมีพื้นฐานที่ดี เขาจะสามารถเข้าถึงข้อมูลสิ่งที่สนใจได้ด้วยตัวเองเด็กจะเริ่มพูดได้ก็ต่อเมื่อมีคนพูดกับเขาก่อน ดังนั้น การอ่านนิทานให้ลูกฟังจะช่วยให้เด็กเริ่มจดจำคำศัพท์และสะสมเป็นคลังคำขึ้นในสมอง เมื่อเขาอยากสื่อสารก็สามารถหยิบคำต่างๆที่สะสมไว้มาใช้ได้นั่นเองการอ่านสร้างความเข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากเรื่องราวในหนังสือ รู้หรือไม่ว่า เจ้าตัวเล็กสามารถเข้าใจได้หมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอารมณ์หรือสถานการณ์ ซึ่งผลจากความเข้าใจจะทำให้เด็กเกิดทักษะที่สำคัญ นั่นคือ ทักษะด้านการตัดสินใจและแก้ปัญหา จากการศึกษาพบว่า เด็กกลุ่มที่ใช้หนังสือจะมี ความสามารถเรื่องการตัดสินใจ เพราะเข้าใจสถานการณ์ได้ดีกว่า เนื่องจากหนังสือเด็กส่วนใหญ่จะมีการคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเขาจึงเรียนรู้ว่าควรตัดสินใจและแก้ปัญหา การอ่านสร้างความเข้าใจเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น รู้หรือไม่ว่า เจ้าตัวเล็กสามารถเข้าใจได้หมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอารมณ์หรือสถานการณ์ ซึ่งผล จากความเข้าใจจะทำให้เด็กเกิดทักษะที่สำคัญ ทักษะด้านการตัดสินใจและแก้ปัญหาจากการศึกษาพบว่า เด็กกลุ่มที่ใช้หนังสือจะมีความสามารถเรื่องการตัดสินใจ…

Continue Reading
ทำไมต้องอ่านนิทานให้ลูกฟัง นิทานดีอย่างไร
นิทานดีอย่างไร

ทำไมต้องอ่านนิทานให้ลูกฟัง นิทานดีอย่างไร

เคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมเราถึงต้องอ่านนิทานให้ลูกฟัง หรือตอนเด็กๆ ที่จะมีพ่อแม่มาอ่านให้เราฟังก่อนนอน มันช่วยปลูกฝังอย่างไร และดีอย่างไรบ้าง เป็นต้นแบบการสอนชั้นดี ทั้งคุณธรรมด้านต่างๆ ความรู้ หรือแม้แต่การฝึกนิสัยดีๆ เช่น แปรงฟัน ไม่กลัวหมอ เล่นของเล่น แล้วรู้จักเก็บ ไม่ทิ้งเละเทะ ฯลฯ การเลือกและอ่านนิทานให้เด็กฟังถือเป็นทางลัดให้คุณเพิ่มพูนต้นแบบดีๆให้ลูก เพราะผู้เขียนนิทานเข้าใจดีกว่านิทานคือสื่อความสนุก ความเพลิดเพลินใจให้เด็กๆ การจะสอดแทรกประเด็นที่ต้องการให้เด็กเรียนรู้จึงได้รับการคิดไตร่ตรองและนำเสนออย่างแยบยลไม่ให้เด็กๆรู้สึกว่าถูกสอนอย่างน่าเบื่อ ทำให้เด็กมีความมั่นคงทางอารมณ์ นิทานถือเป็นโซ่ทองคล้องใจเด็กกับผู้ใหญ่ เพราะผู้ใหญ่ (พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ลุงป้านอา ฯลฯ) ต้องนั่งหรือนอนข้างๆเด็กเวลาที่อ่นนิทานให้ฟังได้กอด ได้หอม ได้ค่อยตอบรับท่าทีต่างๆของเขายามเพลิดเพลินกับนิทาน…

Continue Reading
แชร์เคล็ดลับวิธีอ่านเด็กแรกเกิดถึง 1ขวบฟัง อย่างได้ผลที่สุด
แชร์เคล็ดลับวิธีอ่านเด็กแรกเกิดถึง 1ขวบฟัง อย่างได้ผลที่สุด

แชร์เคล็ดลับวิธีอ่านเด็กแรกเกิดถึง 1ขวบฟัง อย่างได้ผลที่สุด

โดยธรรมชาติเด็กวัยแรกเกิดจนถึง 1 ขวบมักจะชอบฟังเรื่องราวที่มีจังหวะ คำคล้องจอง และคำซ้ำๆ ซึ่งการใช้คำเหล่านี้ช่วยให้ลูกเรียนรู้ภาษาได้ดีมาก ทั้งนี้เทคนิคเลือกซื้อหนังสือที่เหมาะสมสำหรับเบบี้มีดังต่อไปนี้ ภาพประกอบมีสีสันสดใส เช่น แดง เขียว เหลือง น้ำเงิน ขาว ดำ สีสันตัดกันชัดเจน เส้นชัด ไม่ซับซ้อน เพราะพัฒนาการการมองเห็นสีของลูกน้อยยังไม่เท่าผู้ใหญ่ สิ่งของที่มีสีสันชัดอย่างแดงหรือเขียวจึงดึงดูดความสนใจของลูกได้มากกว่าสีอ่อนหรือสีพาสเทลค่ะ เลือกหนังสือขนาดไม่ใหญ่เกินไป มีลักษณะนุ่ม ไม่บาดมือหรือมีขอบคมลูกสามารถกัด เอาเข้าปาก หรือขยำได้อย่างมันมือ และกันน้ำได้กรณีที่เอาไปเล่นขณะอาบน้ำ จะทำจากวัสดุที่เป็นผ้าหรือพลาสติกก็ได้ แต่ต้องปลอดภัย หนังสือที่มีลูกเล่น เช่น…

Continue Reading
ปัญหาการกินของเด็กๆที่พ่อแม่มักพบได้บ่อยๆ EP.3
ปัญหาการกินของเด็กๆที่มักพบได้บ่อยๆ-EP.3

ปัญหาการกินของเด็กๆที่พ่อแม่มักพบได้บ่อยๆ EP.3

กลับมาเจอกับ EP3 ที่จะพูดถึงเรื่อง ปัญหาการกินของเด็กที่พ่อแม่ และผู้ปกครองมักพบได้บ่อยๆ และทำให้พ่อแม่ปวดหัว วันนี้เรามาในเรื่องไม่กินผัก ไปดูวิธีแก้กันค่ะ ไม่กินผัก ลองเลือกผักที่ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่ขม นิ่มๆเคี้ยวง่าย เช่น ผักกาดขาว ผักกาดหอม บวบ ฟัก ฟักทอง แครอต บรอกโคลีใบผักบุ้ง ตำลึง มะเขือเทศ เป็นต้น ให้เด็กลองกิน อาจสอดแทรกเข้าไปในเมนูที่เด็กชอบ เช่น ไข่เจียวหรือไข่ตุ๋นใส่ผัก แซนด์วิชใส่ผัก ข้าวผัดใส่ผัก สังเกตได้ว่า…

Continue Reading
ปัญหาการกินของเด็กๆที่มักพบได้บ่อยๆ EP.2
ปัญหาการกินของเด็กๆที่มักพบได้บ่อยๆ

ปัญหาการกินของเด็กๆที่มักพบได้บ่อยๆ EP.2

พ่อแม่ปวดหัวแน่ ถ้าเจอลูกเป็นแบบนี้ กับการกินยาก เลือกกิน และปัญหาอื่นๆ ที่มักจะพบเจอบ่อยๆ แต่ว่าวันนี้เรามีวิธีแก้ไขมาให้ค่ะ ไปดูกันเลย กินแต่นม อาจเพราะไม่ส่งเสริมอาหารตามวัยในเวลาที่เหมาะสม เช่น ไม่เริ่มให้ลูกกินอาหารเสริมเมื่อลูกอาย 6 เดือน เด็กจะชิน ติดแต่นมหรือให้ลูกกินแต่อาหารบดละเอียดมาก จน1 ขวบก็ยังกินอย่างนี้อยู่ เพราะกลัวอาหารติดคอ ทำให้เด็กเคี้ยวไม่เป็น หากมีปัญหามากๆอาจต้องปรึกษานักปรับพฤติกรมเพื่อฝึกให้ลูกเคี้ยวอาหารให้เป็น อีกประเด็นคือการติดขวดนม ส่งผลให้ทั้งอ้วนและผอม เด็กกินเก่งจะกินข้าวได้เยอะอยู่แล้ว หากยังกินนมเยอะอีกก็จะอ้วนสวนเด็กกินไม่เก่ง พอกินนมจนอิ่มแล้วก็ไม่อยากกินข้าว ซึ่งนมเป็นอาหารเหลว ความเข้มข้นของพลังงานย่อมน้อยกว่าอาหารหลักอย่างข้าว นอกจากจะเป็นปัญหาด้านโภชนาการแล้ว เด็กที่ติดขวดจะมีผลเสีย…

Continue Reading
Close Menu