จะมีลูกคนที่สองต้องรู้!! วิธีจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้อง
เนื่องจากต้องการเรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่นั้นเองแล้ววันนี้เราได้นำเอาวิธีการรับมือเมื่อลูกเกิดพฤติกรรมพี่อิจฉาน้องมาฝากกัน

จะมีลูกคนที่สองต้องรู้!! วิธีจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้อง

ในครอบครัวที่กำลังจะมีสมาชิกเพิ่มนั่นก็คือลูกคนที่ 2 แน่นอนว่าด้วยระยะห่างของอายุที่อาจมีไม่มากนักจะส่งผลให้พี่คนโตที่ยัง ไม่สามารถแยกแยะออกได้จะมีพฤติกรรมพี่อิจฉาน้อง ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นปัญหาทำให้คุณพ่อคุณแม่หนักใจไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากจะต้องใส่ใจในเรื่องของความรู้สึกของลูกคนโต และยังต้องดูแลและเลี้ยงดูลูกคนที่ 2 ไปด้วย แน่นอนว่าเมื่อคุณแม่หรือคุณพ่อให้ความสนใจและให้ความใส่ใจกับน้องมากเป็นพิเศษจะทำให้ลูกคนโตเริ่ม มีพฤติกรรมหรือนิสัยที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากต้องการเรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่นั้นเองแล้ววันนี้เราได้นำเอาวิธีการรับมือเมื่อลูกเกิดพฤติกรรมพี่อิจฉาน้องมาฝากกัน วิธีจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้อง คุณแม่สามารถจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้องนี้ตั้งแต่น้องอยู่ในท้องได้ ด้วยการแบ่งหน้าที่และสร้างความผูกพันให้กับลูกคนโต โดยการให้การตกลงแบ่งหน้าที่สำคัญให้กับลูกคนโต และบอกว่ามันเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่มากๆ ซึ่งลูกจะเห็นว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลน้องนั่นเองอธิบายให้ลูกคนโตให้เข้าใจว่าทำไมต้องอุ้มน้องหรือป้อนนมน้อง และบอกให้ลูกรู้ให้ได้ว่า “น้องอ่อนแอและไม่สามารถดูแลตัวเองได้ พวกเราจะต้องช่วยกันดูแลน้อง” ซึ่งลูกคนโตจะรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ตัวเองจะเป็นส่วนสำคัญในการดูแลน้องแก้ปัญหาพี่อิจฉาน้องได้ด้วยการตกลงกับเพื่อนๆหรือญาติว่า ห้ามพูดว่าแม่มีน้องแล้ว ไม่รักแล้ว หรือ หมาหัวเน่า ซึ่งคำพูดนี้จะทำให้ลูกคนโตไม่ชอบน้องและคิดว่าน้องมาแย่งความรัก ซึ่งหากลูกคนโตใครเข้าใจแบบนี้แล้ว ก็สามารถมีวิธีแก้คือ การปรับความเข้าใจใหม่…

Continue Reading จะมีลูกคนที่สองต้องรู้!! วิธีจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้อง
“การนวดหลังคลอด” คุณแม่มือใหม่ไม่ควรพลาด
สำหรับวันนี้เราได้นำเอาอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยบำบัดและผ่อนคลายความเครียดให้กับคุณแม่มาฝากกันนั่นก็คือ การนวดหลังคลอดว่าแต่จะมีอะไรที่น่าสนใจ

“การนวดหลังคลอด” คุณแม่มือใหม่ไม่ควรพลาด

ในการตั้งครรภ์บอกเลยว่าคุณแม่จะต้องใช้ร่างกายหนักอย่างมาก เนื่องจากจะต้องสร้างคนอีก 1 คนขึ้นมาซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว และเมื่อถึงเวลาที่ต้องคลอดลูกหลังคลอดคุณแม่จะรู้สึกเหนื่อยล้าและรู้สึกได้ถึงความเสื่อมโทรมของสภาพร่างกาย แน่นอนว่าทำให้คุณแม่หลายคนจิตตกกันไปตามๆกัน สำหรับวันนี้เราได้นำเอาอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยบำบัดและผ่อนคลายความเครียดให้กับคุณแม่มาฝากกันนั่นก็คือ การนวดหลังคลอด ว่าแต่จะมีอะไรที่น่าสนใจและการนวดหลังคลอดจะมีประโยชน์ต่อคุณแม่อย่างไรนั้นไปดูกันเลย สาระน่ารู้ของการนวดหลังคลอด การนวดหลังคลอดมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งนวดน้ำมันหอมระเหย นวดกดจุด นวดกดจุดเพื่อผ่อนคลายพังผืดและกล้ามเนื้อ นวดกดจุดสะท้อนเท้า นวดแผนไทย นวดแบบสวีดิช รวมถึงนวดแบบผสมผสาน การนวดที่บ้านสามารถจุดเทียนหอม หรือปรับแสงไฟให้สลัวๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายได้ ก่อนจะนวดน้ำมันหอมระเหยหรือนวดโลชั่นควรทดสอบอาการแพ้ก่อน และนักนวดบำบัดควรเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านการนวดระหว่างตั้งครรภ์และนวดหลังคลอด หากนวดไปแล้วรู้สึกไม่สบาย หรือรู้สึกเจ็บปวด อย่าฝืนให้แจ้งนักนวดบำบัดทันที การนวดหลังคลอดควรเริ่มเมื่อไหร่ถึงจะดี โดยปกติแล้วช่วงหลังคลอดคุณแม่สามารถนวดหลังคลอดได้ทันทีที่รู้สึกว่าร่างกายพร้อม หากมีภาวะคลอดยากหรือผ่าคลอดควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการนวดบางอย่างอาจไม่เหมะกับสภาวะของคุณแม่มากนัก…

Continue Reading “การนวดหลังคลอด” คุณแม่มือใหม่ไม่ควรพลาด
คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเลือก!! “คลอดธรรมชาติ” หรือ “ผ่าคลอด” แบบไหนดีกว่ากัน?
สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่กำลังสงสัยและกำลังลังเลว่าจะผ่าคลอดดีหรือจะคลอดแบบธรรมชาติดีเราไปดูข้อมูลรายละเอียดที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเลือก!! “คลอดธรรมชาติ” หรือ “ผ่าคลอด” แบบไหนดีกว่ากัน?

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายก็น่าจะเริ่มที่จะมีการคิดวิเคราะห์ได้แล้วว่าสะดวกที่จะคลอดธรรมชาติหรือว่าผ่าคลอด คุณแม่จะต้องตัดสินใจระหว่างสองวิธีนี้ว่าจะเลือกวิธีใด เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงนำเอาข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการคลอดธรรมชาติและการผ่าคลอดมาฝากกัน สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่กำลังสงสัยและกำลังลังเลว่าจะผ่าคลอดดีหรือจะคลอดแบบธรรมชาติดีเราไปดูข้อมูลรายละเอียดที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจกันได้เลย คุณแม่ตั้งครรภ์กับการคลอดธรรมชาติ การคลอดธรรมชาติเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยต่อคุณแม่และลูกค่อนข้างมาก และยังมีภาวะแทรกซ้อนหลังคลอดน้อยกว่าการคลอดแบบอื่น ๆ เป็นวิธีการคลอดที่เหมาะกับคุณแม่ที่มีสุขภาพปกติ ซึ่งการคลอดแบบธรรมชาติจะช่วยให้คุณแม่สามารถพักฟื้นเพียงแค่ 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังจากการคลอด ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดอาการปวดหลังจากคลอดและยังเสียเลือดน้อยกว่าการผ่าคลอด คุณแม่สามารถให้นมลูกได้ทันที  นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงของการเกิดความดันหลอดเลือดแดงปอดเรื้อรังและอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้และการคลอดธรรมชาติยังทำให้การคลอดในครั้งถัดไปทำได้ง่ายขึ้น แต่การคลอดแบบธรรมชาตินั้นจะเจ็บในระหว่างคลอดมากกว่าการผ่าคลอดและอาจจะเกิดภาวะขาดออกซิเจนกับทารกได้หากมีปัญหาในระหว่างการคลอด คุณแม่อาจจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือภาวะมดลูกหย่อนได้อีกด้วย คุณแม่ตั้งครรภ์กับการผ่าคลอด การผ่าคลอดเป็นวิธีการคลอดที่ทำเฉพาะกับคุณแม่ที่ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้ หรือมีข้อบ่งชี้ต่าง ๆ ทางการแพทย์ที่เห็นสมควรให้ผ่าคลอด ซึ่งการผ่าคลอดนี้คุณแม่สามารถกำหนดเวลาการคลอดได้อย่างชัดเจน ทำให้คุณแม่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า ในการผ่าคลอดนี้จะไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างคลอด ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะเลือดจางหลังคลอดและอาการแทรกซ้อนอื่น…

Continue Reading คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเลือก!! “คลอดธรรมชาติ” หรือ “ผ่าคลอด” แบบไหนดีกว่ากัน?