5 วิธีแก้ปัญหา เมื่อลูกชอบกัดเล็บบ่อย ๆ
5 วิธีแก้ปัญหา เมื่อลูกชอบกัดเล็บบ่อย ๆ แม่บ้านยุคใหม่

5 วิธีแก้ปัญหา เมื่อลูกชอบกัดเล็บบ่อย ๆ

คุณแม่หลายคนคงเคยเจอปัญหาลูกชอบกัดเล็บตัวเองบ่อย ๆ ใช้ไหม เมื่อเขารู้สึกไม่มีความมั่นใจ หวาดกลัว หรือเมื่อเจอปัญหา  ลูกน้อยจะเริ่มกัดเล็บตัวเอง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้ร้ายแรงอะไร แต่เมื่อเราปล่อยให้ลูกทำบ่อย จะทำให้ลูกเสียบุคลิกภาพ หรืออาจจะติดเป็นนิสัย รวมไปถึงในเล็บอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื่อแบคทีเรียต่าง ๆ ทำให้ลูกเจ็บป่วยได้ง่าย เรามาดู 5 วิธีแก้ปัญหา เมื่อลูกชอบกับเล็บบ่อย ๆกันเลย 1.ตัดเล็บลูกให้สั้น หมั่นตัดเล็บลูกให้สั้นตลอด เพราะในเล็บอาจจะมีแบคทีเรียหรือเชื้อโรคต่าง ๆ ซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก การที่ลูกชอบกัดเล็บ จะทำให้เขาได้รับแบคทีเรียเหรือเชื้อโรคข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นเราจึงต้องตัดเล็บลูกให้สั้น เพื่อง่ายต่อการดูแลรักษาเล็บ แถมยังช่วยหยุดการกัดเล็บของลูกน้อยได้ 2.อย่าทำให้เขากังวลใจหรือหวาดกลัว…

Continue Reading 5 วิธีแก้ปัญหา เมื่อลูกชอบกัดเล็บบ่อย ๆ
5 วิธีรับมือ เมื่อเป็นสิวขณะตั้งครรภ์
5 วิธีรับมือ เมื่อเป็นสิวขณะตั้งครรภ์ แม่บ้านยุคใหม่

5 วิธีรับมือ เมื่อเป็นสิวขณะตั้งครรภ์

เมื่อตั้งครรภ์ คุณแม่หลายคนมักเจอปัญหาสิวขึ้นเยอะเต็มหน้าไปหมดใช่ไหม รักษายังไงก็ไม่หายไม่ยุบสักที แต่คุณแม่ไม่ต้องตกใจไป เพราะการเป็นสิวในคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดจากฮอร์โมนในร่างกายเพิ่มมากขึ้น มีระดับของเหลวในร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวมัน  ผิวอักเสบได้ง่าย โดยวันนี้เราก็จะมาแนะนำ 5 วิธีรับมือ เมื่อเป็นสิ่วขณะตั้งครรภ์ ซึ่งมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย 1. ล้างมือและล้างหน้าให้สะอาด  ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยนไม่ระคายเคืองต่อผิว ก่อนจะล้างทำความสะอาดหน้าควรล้างมือให้สะอาดก่อน งดใช้มือสัมผัสบริเวณที่เป็นสิวโดยตรง เพราะอาจทำให้สิวอักเสบได้นั่นเอง 2.งดอาหารที่มีไขมันสูง ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์กับผิว ทานผักผลไม้เยอะ ๆ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่วิตามินซีสูง รวมถึงดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อให้ผิวชุ่มชื่นมากขึ้น…

Continue Reading 5 วิธีรับมือ เมื่อเป็นสิวขณะตั้งครรภ์
ลูกน้อยในครรภ์ พัฒนาการดี แค่กระตุ้นด้วย 5 วิธีนี้
ลูกน้อยในครรภ์-พัฒนาการดี-แค่กระตุ้นด้วย-5-วิธีนี้-แม่บ้านยุคใหม่

ลูกน้อยในครรภ์ พัฒนาการดี แค่กระตุ้นด้วย 5 วิธีนี้

รู้หรือไม่ว่าเราสามารถกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก สมองลูกเริ่มทำงานและรับสิ่งต่างๆ รอบตัว  ลูกในครรภ์จะค่อยๆ ซึมซับพฤติกรรมของแม่ได้ตั้งแต่ในท้อง  ถ้าอยากให้ลูกน้อยในครรภ์ พัฒนาการดี แค่กระตุ้นด้วย 5 วิธีนี้ เพื่อให้ลูกเติบโตมาด้วยพัฒนาการและเก่งรอบด้าน วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากคุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ 1.สัมผัสและหมั่นพูดคุยกับลูกบ่อย ๆ การสัมผัสลูกน้อยบ่อย เป็นสายใยอย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกมีความผูกพันกับคุณแม่มากขึ้น รวมถึงการหมั่นพูดคุยกับลูกในครรภ์บ่อย ๆ ด้วยเสียงที่นุ่มนวล และอบอุ่น ก็จะช่วยเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยในครรภ์ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน 2.ปรับอารมณ์ให้ดีอยู่เสมออย่าเครียดจนเกินไป เมื่อเราอารมณ์ไม่ดีเครียดจนเกินไป จะส่งผลไม่ดีแก่ลูกน้อยในครรภ์ เมื่อลูกน้อยเกิดมาจะงอแงและเลี้ยงยาก คุณแม่ตั้งครรภ์ จึงควรปล่อยใจให้สบาย อะไรที่ไม่ถูกใจหรือไม่สบายใจ…

Continue Reading ลูกน้อยในครรภ์ พัฒนาการดี แค่กระตุ้นด้วย 5 วิธีนี้
แม่ท้องก็สวยได้ 5 วิธีดูแลตัวเองระหว่างตั้งครรภ์
ท้องก็สวยได้-แม่บ้านยุคใหม่

แม่ท้องก็สวยได้ 5 วิธีดูแลตัวเองระหว่างตั้งครรภ์

ผู้หลายคนมักจะกลัวการตั้งครรภ์เพราะทำให้รูปร่างเปลี่ยนไปและกลัวว่าจะทำให้ดูโทรม แต่ความจริงแล้วเมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์คุณแม่เริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างดี เมื่อคลอดน้องแล้วก็กลับมาเป๊ะปังได้ไม่อยาก โดยมีวิธีการดูแลตัวเองได้ดังนี้ 1.เตรียมตัวให้ดีๆ การวางแผนก่อนการตั้งครรภ์ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ คุณแม่ควรเตรียมตัวด้วยการจูงมือกันไปตรวจร่างกาย ดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ฉีดวัคซีนต่างๆ ที่จำเป็น หากมีปัญหาสุขภาพช่องปากควรจัดการให้เรียบร้อยก่อนตั้งครรภ์ 2.เมื่อตั้งครรภ์แล้ว การรับประทานอาหารของคนท้องไม่จำเป็นต้องทานเยอะๆ แต่ควรได้รับปริมาณอาหารประมาณ 1500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน นั้นคือเพิ่มจากผู้หญิงปกติ 300 กิโลแคลอรี่เท่านั้น แต่ที่สำคัญคุณแม่ต้องเลือกทานอาหารในหนึ่งมื้อให้ครบ 5 หมู่ รับประทานอาหารให้หลากหลายทั้งปลา ไก่ หมู ไข่ ผัก ผลไม้ 3.ออกกำลังกายเป็นประจำ…

Continue Reading แม่ท้องก็สวยได้ 5 วิธีดูแลตัวเองระหว่างตั้งครรภ์
7 เรื่องเกี่ยวกับเด็กผ่าคลอด ที่คุณแม่ต้องรู้
7 เรื่องเกี่ยวกับเด็กผ่าคลอด ที่คุณแม่ต้องรู้ แม่บ้านยุคใหม่

7 เรื่องเกี่ยวกับเด็กผ่าคลอด ที่คุณแม่ต้องรู้

การผ่าคลอดเป็นการคลอดที่ต้องผ่าหน้าท้องเพื่อให้ทารกออกมา ซึ่งการผ่าคลอดนั้นมักใช้กับคุณแม่ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากการคลอดธรรมชาติ เช่น แม่มีโรคประจำตัว เด็กตัวใหญ่ ก็จะใช้วิธีผ่าคลอด แล้วเด็กผ่าคลอดนั้นจะเป็นอย่างไรนี่คือ 7 เรื่องเกี่ยวกับเด็กผ่าคลอดที่คุณแม่บ้านยุคใหม่ต้องรู้ค่ะ 1.การผ่าคลอดนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและสมองของทารก คุณแม่จึงไม่ต้องกังวลเลยว่าทารกผ่าคลอดจะมีพัฒนาการช้ากว่าทารกคลอดธรรมชาติ 2.การผ่าคลอดจะทำให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้รับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จากช่องคลอดของแม่นั่นเอง ดังนั้นคุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมแม่เยอะๆ และเน้นอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ดี 3.จากผลการวิจัยมีการยืนยันว่าทารกผ่าคลอดมีโอกาสป่วยง่าย เนื่องจากมีระบบภูมิต้านทานต่ำกว่าปกติ ซึ่งแตกต่างจากทารกคลอดธรรมชาติที่มีร่างกายแข็งแรงกว่า 4.การผ่าคลอดคือทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจนไม่สามารถคลอดเองโดยธรรมชาติได้ หรือมีการวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าไม่สามารถคลอดได้เองจึงต้องผ่าคลอด เช่น ลูกตัวใหญ่ ลูกแฝด สายสะดือสั้นเกินไป เป็นต้น 5.ทารกผ่าคลอดอาจจะใช้เวลาในการนอนโรงพยาบาลนานกว่าทารกคลอดธรรมชาติ เนื่องจากคุณแม่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าแม่คลอดธรรมชาติ 6.ทารกผ่าคลอดมีโอกาสเสี่ยงต่อการมีภูมิต้านทาน อ่อนแอเพิ่มถึง 46%…

Continue Reading 7 เรื่องเกี่ยวกับเด็กผ่าคลอด ที่คุณแม่ต้องรู้
อย่าลืมถามลูกก่อนนอน ด้วย 4 คำถามนี้
อย่าลืมถามลูกก่อนนอน ด้วย4 คำถามนี้ แม่บ้านยุคใหม่

อย่าลืมถามลูกก่อนนอน ด้วย 4 คำถามนี้

ช่วงเวลาสำคัญที่สุดที่พ่อแม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกคือช่วงที่ลูกยังเล็กอยู่ และเวลาที่เป็นโอกาสทองก็คือช่วงก่อนเข้านอน คุณพ่อคุณแม่จะได้มีโอกาสร้องเพลงกล่อมให้ลูกฟัง รวมถึงการใช้เวลาสำคัญนี้ก็ไถ่ถามถึงเหตุการณ์ ที่ผ่านมาในแต่ละวัน ว่าลูกไปทำอะไรมาบ้างมีสิ่งไหนชอบหรือไม่ชอบอย่างไรก็จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ซึ่งมี 4 คำถามต่อไปนี้ ควรนำมาถามลูกก่อนนอนทุกวัน 1.อะไรที่ลูกทำแล้วชอบในวันนี้ คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยอนุบาล หรือโตพอที่จะพูดคุยรู้เรื่องแล้วก็อย่าลืมถามคำถามนี้นะคะ เพราะจะเป็นโอกาสที่จะทำให้ได้รู้ว่าตลอดเวลาที่ลูกไม่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ลูกได้ทำกิจกรรมอะไรที่เขาชอบบ้าง การพูดเล่าให้ฟังด้วยตัวของลูกเอง จะได้ทำให้รู้ว่า ลูกชอบสิ่งไหนเป็นพิเศษ เพราะเขาต้องจะนำมาเล่าด้วยความสนุกสนาน ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวอีกด้วย 2.ลูกมีฝันอยากเป็นอะไร ลองให้ลูกเล่าเรื่องสนุกตามความฝันของเด็ก ๆ ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร อาจจะสมมุติเป็นเรื่องราวตัวละครของอาชีพนั้น ๆ ด้วยทัศนคติที่ดีพร้อมทั้งยกตัวอย่างมาให้ลูกได้รู้จักตัวตนของบุคคลในอาชีพนั้น ๆ 3. วันนี้มีเรื่องไหนที่ทำให้ไม่พอใจบ้าง…

Continue Reading อย่าลืมถามลูกก่อนนอน ด้วย 4 คำถามนี้
ทารกในครรภ์พิการ มีสาเหตุมาจากอะไร
ทารกในครรภ์พิการ-มีสาเหตุมาจากอะไร-แม่บ้านยุคใหม่

ทารกในครรภ์พิการ มีสาเหตุมาจากอะไร

ปัจจุบันอัตราการเกิดของทารกนั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งอัตราการเกิดของเด็กพิการตั้งแต่แรกเกิดก็เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากปัจจัยหลายๆ อย่างดังต่อไปนี้ 1.เกิดจากความผิดปกติของยีน ยีนเป็นสิ่งที่กำหนดลักษณะทางพันธุกรรมต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตนั่นเอง เพราะฉะนั้นหากพ่อแม่มียีนด้อยที่ไม่แสดงอาการออกมา มักส่งผลต่อทารกเนื่องจากทารกได้รับยีนเหล่านั้นด้วย ทำให้ทารกที่เกิดออกมามีลักษณะผิดปกติ คือผอมแห้ง ป่วยได้ง่าย ตับโต ม้ามโต เป็นต้น ส่วนพ่อแม่ที่มียีนเด่นนั้นจะส่งผลต่อลูกคือ มีความเสี่ยงเป็นโรคอะคอนโดรเพลเซีย มีลักษณะแขนขาสั้น เตี้ยแคระ 2.เกิดจากโรค โรคเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กเกิดมาพิการได้ เช่น โรคเบาหวาน หากคุณแม่เป็นเบาหวานแล้วต้องการตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะโรคเบาหวานเป็นโรคเสี่ยงที่นอกจากจะทำให้เด็กพิการแล้วยังทำให้เด็กคลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักเกิน และอาจเกิดการเสียชีวิตได้ด้วย ธาลัสซีเมีย ก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่ทำให้เด็กออกมาพิการหรือเสียชีวิตได้…

Continue Reading ทารกในครรภ์พิการ มีสาเหตุมาจากอะไร
อยากมีลูก แต่ไม่ท้องสักที ต้องลองกินอาหาร 6 ชนิดนี้
อยากมีลูก แต่ไม่ท้องสักที ต้องลองกินอาหาร 6 ชนิดนี้ แม่บ้านยุคใหม่

อยากมีลูก แต่ไม่ท้องสักที ต้องลองกินอาหาร 6 ชนิดนี้

หลายคู่ที่แต่งงานกันนานแต่ยังไม่มีลูกสักทีอาจเกิดจากสุขภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งคนเหล่านี้มักจะพบแพทย์เพื่อปรึกษาหาวิธีให้มีลูกง่ายขึ้น และแพทย์มักแนะนำให้กินโฟเลตก่อนตั้งครรภ์ 3 เดือน เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างอสุจิได้แข็งแรงขึ้น  ทำให้ตัวอ่อนเกาะติดกับมดลูกง่ายขึ้นนั่นเอง วันนี้เราเลยจะนำอาหารที่มีโฟเลตสูงมาแนะนำคุณแม่บ้านยุคใหม่ ใครอยากท้องต้องรีบหามากินกันเลย 1.กะหล่ำปลี กะหล่ำปลีคือผักที่มีโฟเลตในปริมาณ 135 ไมโครกรัม เป็นผักที่เหมาะกับคนอยากท้องอย่างมาก อีกทั้งกะหล่ำปลียังช่วยลดการปวดตึงของเต้านมในคุณแม่ให้นมได้ด้วย 2.ผักโขม ผักโขมอุดมไปด้วยแคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินหลากหลายชนิดและที่สำคัญมีโฟเลตสูงถึง 194 ไมโครกรัม สามารถนำมาทำอาหารได้หลายอย่าง นอกจากนี้ผักขมยังช่วยบำรุงน้ำนมแม่ได้ด้วยเช่นกัน 3.สตรอว์เบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รีผลไม้ที่มีรสหวานอมเปรี้ยวนอกจากจะกินแบบสดได้แล้วยังนำมาทำอาหารได้หลายอย่าง สตรอว์เบอร์รีมีวิตามินซีและมีโฟเลตในปริมาณ 61 ไมโครกรัม คนอยากท้องที่ไม่ชอบกินผักเหมาะกับผลไม้ชนิดนี้มาก 4.พริกหยวกสีแดงหรือพริกหวานสีแดง…

Continue Reading อยากมีลูก แต่ไม่ท้องสักที ต้องลองกินอาหาร 6 ชนิดนี้
ทำอย่างไรดี เมื่อมีอาการกรดไหลย้อน ขณะตั้งครรภ์
อาการกรดไหลย้อน ขณะตั้งครรภ์ แม่บ้านยุคใหม่

ทำอย่างไรดี เมื่อมีอาการกรดไหลย้อน ขณะตั้งครรภ์

การไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ เป็นโรคที่เกิดจากการไหลย้อนกลับของกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารส่วนบน จึงเป็นอาการที่ส่งผลกระทบต่อหลอดอาหาร อาจทำให้เกิดแผลอักเสบได้ โรคนี้สามารถพบได้กับทุกคนรวมทั้งคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วย หากเกิดโรคนี้กับคุณแม่จะอันตรายไหมมีผลต่อลูกน้อยอย่างไรบ้างเรามาดูคำตอบกันดีกว่า กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์อันตรายหรือไม่ ในระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่หลายคนมักมีการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน อีกทั้งยังทำให้กระเพาะอาหารมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลงด้วย เนื่องจากทารกตัวโตขึ้นและไปกดทับบริเวณกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดส่งเกิดภาวะกรดไหลย้อนได้ กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์จะอันตรายต่อคุณแม่ แต่ไม่ส่งผลต่อทารกในครรภ์ แต่หากคุณแม่คนไหนเป็นกรดไหลย้อนแล้วไม่รักษาทันทีจนกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหาร อันนี้อาจส่งผลกระทบต่อลูกในครรภ์ได้ 5 อาการบอกว่าคุณแม่เป็นกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ 1.จะรู้ได้อย่างไร ว่ามีอาการกรดไหลย้อน สังเกตได้จากอาการดังต่อไปนี้2.แสบร้อนกลางหน้าอก3.อึดอัดหายใจไม่สะดวกตรงลิ้นปี่และลำคอ4.มีอาการเรอบ่อยๆ5.กลืนอาหารได้ยาก6.ร้อนในกระเพาะอาหาร วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นกรดไหลย้อน คุณแม่ที่มีอาการดังกล่าวให้รีบพบแพทย์ทันที พร้อมกับบอกอาการผิดปกติของร่างกาย คุณหมอจะประเมินอาการและรักษาด้วยการกินยาที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ร่วกับการดูแลตัวเองดังนี้ 1.ลดการกินอาหารประเภทไขมันสูงเพราะทำให้เป็นกรดไหลย้อนง่าย 2.ไม่กินอาหารมื้อหนัก ควรแบ่งกินเป็นมื้อย่อยแทนแต่กินบ่อยขึ้น 3.หลีกเลี่ยงการกินอาหารก่อนเข้านอน หากหิวให้ดื่มน้ำหรือควรเข้านอนหลังจากกินอาหารไป…

Continue Reading ทำอย่างไรดี เมื่อมีอาการกรดไหลย้อน ขณะตั้งครรภ์
3 วิธีป้องกันลูกหายเมื่อพาลูกไปเที่ยว
3 วิธีป้องกันลูกหายเมื่อพาลูกไปเที่ยว แม่บ้านยุคใหม่

3 วิธีป้องกันลูกหายเมื่อพาลูกไปเที่ยว

เคยพาลูกไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าในวันช่วงวันหยุดซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน โดยที่วัยของลูกกำลังซนและชอบสำรวจ เผลอแป๊บเดียวลูกก็วิ่งไปไกลแล้ว โดยแม่วิ่งตามไม่ทัน และก็มองไม่เห็นแล้วว่าอยู่ตรงเพราะผุ้คนพลุกพล่าน จึงได้ไปแจ้งประชาสัมพันธ์ของห้างให้ประกาศตามหาให้ สักครู่พบลูกนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ซึ่งก็ได้สร้างความดีใจให้กับแม่มาก แต่ในทางกลับกันหากประกาศแล้วไม่มีใครพบลูกล่ะ คุณแม่บ้านยุคใหม่จะทำอย่างไร วันนี้เรามี 3 วิธี ป้องกันลูกหายเมื่อพาไปเที่ยวมาฝากกัน 1.เขียนชื่อ เบอร์โทร ใส่ไว้กระเป๋าลูก บ่อยครั้งที่เคยได้ยินเสียงประชาสัมพันธ์ประกาศหาเด็กที่พลัดหลงลงกับผู้ปกครอง หรือบางครั้งก็พบเด็กที่พลัดหลงกำลังยืนร้องไห้ เมื่อถามว่าชื่อหนูอะไร หรือพ่อแม่ชื่ออะไรก็จำไม่ได้ บอกแต่ชื่อปะป๊า ชื่อมาม้า ก่อนออกจากบ้านพาลูกไปเที่ยว ควรเขียนชื่อเด็ก ชื่อผู้ปกครอง และเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ใส่กระเป๋าเสื้อไว้ให้ลูก 2. ให้เด็กแต่งตัว ด้วยเสื้อผ้าสีสัน…

Continue Reading 3 วิธีป้องกันลูกหายเมื่อพาลูกไปเที่ยว